ฉินเยว่เลิกเวรกะดึกแล้ว แต่เธอยังไม่กลับเสียที
แต่นั่งตาแดงก่ำไม่พูดไม่จาอยู่ในห้องทำงาน หลังจากที่ลังเลใจอยู่นาน เธอก็ลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกจากโรงพยาบาลไป
เมื่อเฉินชางเห็นเช่นนั้น เขาก็ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก เขาทักทายหวังหย่งแล้วก็วิ่งตามฉินเยว่ไป!
เมื่อออกไปจากโรงพยาบาลแล้ว เฉินชางก็ถามฉินเยว่ว่า “คุณจะไปไหนน่ะ”
ฉินเยว่หันมาถลึงตาใส่เฉินชางทีหนึ่ง “เกี่ยวอะไรกับคุณ!”
ฉินเยว่ยืดตัวตรงแล้วเดินตรงไปยังทางที่จะไปย่านธุรกิจการค้าเทียนเจีย โรงพยาบาลอันดับสองอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจการค้าเทียนเจียมาก เป็นสถานที่ที่คึกคักมีสีสันที่อยู่ใกล้ที่สุด ที่นั่นมีห้างสรรพสินค้ากระจายอยู่ทั่ว มีผู้คนเดินขวักไขว่กันมากมาย
เฉินชางรู้สึกว่าตนปฏิบัติต่อฉินเยว่ไม่ค่อยดีนัก เขาเลยเป็นฝ่ายซื้อชานมให้เธอหนึ่งแก้ว
“หายโกรธได้แล้ว ผมอารมณ์ร้อนไป”
ฉินเยว่พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความไม่พอใจ เธอรับแก้วชานมมา แล้วดื่มลงไปหนึ่งอึก
…
เฉินชางกับฉินเยว่ตามหาจูหย่งวั่งทั้งวันก็ยังหาตัวไม่เจอ
เมื่อช่วงเวลาโพล้เพล้ย่างกรายมาถึง โคมไฟแสงสีงดงามแขวนประดับประดา เมืองอันหยางในยามค่ำคืนสว่างขึ้นอีกครั้งด้วยแสงไฟนีออนที่ส่องสว่าง
ฉินเยว่ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก “คุณคิดว่าเขาจะไปที่ไหน”
เฉินชางส่ายหน้า “ผมจะไปรู้ได้ไงกัน!”
บริเวณข้างทางเปิดเพลงเศร้าเคล้าคลอ ทำให้เฉินชางรู้สึกเศร้าหมองในเวลาต่อมา
ไม่ใช่แค่เพราะว่าทำภาร