เมื่อคิดโยงไปถึงคำพูดของจูหย่งวั่งที่บอกว่าจะแก้แค้นสังคม ทั้งสองคนต่างก็หน้าถอดสี พวกเขารีบโผเข้าไปทันที
ฉินเยว่กอดกระเป๋าถือไว้ในอ้อมอก
ทว่า…กลับเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือจูหย่งวั่งคือโทรศัพท์มือถือรุ่นอาม่า ภาพบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นรูปภาพรูปหนึ่ง
บุคคลในภาพเป็นเด็กผู้หญิงสองคน เด็กผู้ชายหนึ่งคน ทั้งสามคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสไร้เดียงสา
เฉินชางกับฉินเยว่พลันเหม่อลอยในทันใด
จูหย่งวั่งนอนไร้ชีวิตชีวาอยู่บนพื้น กล่าวด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า “นี่เป็นลูกๆ ของผม พวกเขาไม่เข้าเมืองเลย ไม่เคยเห็นโลกที่งดงามแบบนี้ ไม่เคยเห็นตึกสูงระฟ้า ยิ่งไม่เคยได้กลิ่นน้ำหอมที่หอมยิ่งกว่าดอกไม้…ในอนาคตพวกจะมีโอกาสได้เข้าเมืองมั้ย”
ฉินเยว่รู้สึกเคืองจมูกอยากจะร้องไห้ เธอกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว “มีโอกาสค่ะ จะต้องมีโอกาสค่ะ!”
…
จูหย่งวั่งถูกจัดให้พักอยู่ที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินเพื่อเตรียมผ่าตัดบาดแผลบริเวณหน้าอกในอีกสามวัน
ฉินเยว่ช่วยนำรูปในโทรศัพท์มือถือไปล้างรูปออกมา ในโทรศัพท์มือถือมีรูปทั้งหมดสิบรูป รวมทั้งรูปครอบครัวแสนสุขของพวกเขา
ถึงแม้ว่ารูปที่ถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือจะไม่ชัด แต่รอยยิ้มกลับไม่เลือนเลยสักนิด
ฉินเยว่กับเฉินชางเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย
จูหย่งวั่งรีบซ่อนบางสิ่งบางอย่างในมือทันที “คุณหมอฉิน คุณหมอเฉิน วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอครับ ทำไมพวกคุณยังมาทำงาน?”
เฉินชางหัวเราะ “ไม่ต