เฉินชางบอกกับฉินเยว่ว่า “คุณไปบอกให้พยาบาลมาวัดอุณหภูมิร่างกายกับวัดความดันโลหิตให้ผู้ป่วยหน่อย อ้อ จริงด้วย บอกให้ลี่น่าเข็นเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาด้วย เตรียมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ”
ฉินเยว่ยืดตัวตรงแล้วเดินออกไป
เฉินชางปิดประตูห้อง หันกลับมาจ้องหน้าชายหนุ่ม “คุณต้องการจะฆ่าตัวตาย?”
ชายหนุ่มชะงักงัน เขาหัวเราะลั่น “ใช่น่ะสิครับหมอ มีชีวิตอยู่ต่อไปจะไปมีความหมายอะไร…”
“เมียผมขายข้าวของทุกอย่างในบ้านที่ขายได้จนหมดเกลี้ยง เพื่อที่จะเอาเงินมารักษาตัวผม ผมยอมตายยังดีกว่ามีชีวิตต่อไป”
เฉินชาง “คุณมีลูกมั้ยครับ”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำว่าลูก เขาก็อดถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งไม่ได้ “ผมมีลูกที่น่ารักสามคน คนโตเป็นลูกสาว กำลังเรียนอยู่ชั้นป.3 ลูกคนรองก็เป็นลูกสาว อายุหกขวบยังไม่เข้าเรียน ส่วนคนที่สามเป็นลูกชาย ทั้งสามคนเป็นเด็กดี ส่วนผมเป็นพ่อที่เหลวแหลก เพื่อที่จะได้มีเงินรักษาตัว ลูกๆ ผมไม่เคยได้สวมเสื้อผ้าใหม่ๆ ถ้าผมยังต้องหาหมออีก ยังต้องจ่ายค่ารักษาตัวอีก อย่าว่าแต่ส่งลูกเรียนหนังสือเลยครับ แค่นี้ก็จะอดตายกันอยู่แล้ว…”
“…ผมหาลวดเหล็กดัดจากในบ้าน จากนั้นผมก็เดินออกไปไกลมาก เอาลวดเหล็กดัดที่ถือมาด้วยแทงเข้าไปในหัวใจ”
เฉินชางมองที่บริเวณบาดแผลทีหนึ่ง “ตรงนั้นไม่ใช่หัวใจครับ…”
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก “การแสดงในทีวีหลอกคนทั้งนั้น”
เฉินชาง “…”
จู่ๆ เขาก็ไม่ว่าเขาควรจะพูดอะไรดี ควรจะปลงอน