ยให้ผู้เป็นพ่อเป็นผู้ดูแลลูก อย่างมากที่สุดก็แค่รับประกันได้ว่าลูกจะยังมีชีวิตรอด แต่ดูจากตอนนี้แล้ว คงต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้กันใหม่!
เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยไม่เป็นอะไรแล้ว เฉินชางก็เดินออกจากห้องสังเกตอาการไปอย่างวางใจ
เขาเพิ่งจะก้าวพ้นประตูไป สวีเหลียงกับผู้หญิงคนนั้นก็ดึงตัวเฉินชางไปที่มุมบันได
เฉินชางชะงักงัน นี่คือการปล้นสวาท?
แต่…ทั้งสองคนนี้จะลงมือไปพร้อมกัน?
เมื่อนึกถึงคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยเมื่อครู่นี้ เฉินชางก็พลันเข้าใจในทันที นี่ไม่ใช่การปล้น ส่วนการปล้นสวาทก็ยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่!
แต่เป็น…
ฉุดตัวมาจับแต่งงาน?!
สวีเหลียงควักเงินหนึ่งปึกออกมายัดใส่กระเป๋าเสื้อของเฉินชาง!
เฉินชางพลันตกตะลึงงงงันในทันใด แล้วเขาก็ปฏิเสธทันที
สวีเหลียงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังและซาบซึ้งในบุญคุณ “คุณหมอเฉินครับ นี่เป็นน้ำใจจากผม จริงๆ นะครับ คุณหมอช่วยชีวิตลูกสาวของผมเอาไว้ได้ ผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากผม ถ้าคุณหมอไม่รับไว้ ผมคงให้อภัยตัวเองได้ยากจริงๆ!”
ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็กล่าวเช่นกันว่า “คุณหมอเฉินคะ คุณหมอจะต้องรับไว้นะคะ! คุณหมอเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตครอบครัวเราไว้ พวกเราไม่รู้ว่าจะขอบคุณคุณหมอยังไง แล้วพวกเราก็ไม่รู้ว่าคุณหมอชอบอะไร ก็เลยอยากมอบเงินจำนวนนี้ให้คุณหมอได้ซื้อของที่คุณหมอชอบ”
เฉินชางถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก เขามองสองสา