ว่ากันโดยทั่วไปแล้ว วิธีที่นิยมใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีสิ่งแปลกปลอมที่อุดกั้นหลอดลมมากที่สุดก็คือวิธีหัตถการไฮม์ลิคช์[1]
หลักการคือการใช้แรงอัดกระแทก[2]ตรงบริเวณกะบังลมอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดแรงดันขึ้นกดทับ ส่วนล่างของปอดจึงขับอากาศที่ตกค้างในปอดให้เกิดกระแสลมพร้อมกับแรงดันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านหลอดลม ขจัดสิ่งแปลกปลอมที่อุดกั้นหลอดลมให้ถูกดันออกมาผ่านหลอดลมและลำคอ ทำให้ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้
แต่ในขณะเดียว กันวิธีหัตถการไฮม์ลิคช์ยังคงเป็นวิธีการที่มีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนสูง ทว่าประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตกลับไม่ได้สูงมากนัก
เห็นได้ชัดว่าผู้เป็นพ่อของเด็กคนนี้ไม่ได้มีความชำนาญในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยวิธีการนี้
ในตอนที่เด็กหญิงถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาล เด็กหญิงหมดสติแล้ว ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ วิธีหัตถการไฮม์ลิคช์ไม่จัดว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
อีกทั้งที่โรงพยาบาลมีตัวเลือกในการช่วยชีวิตที่เหมาะสมกว่าวิธีหัตถการไฮม์ลิคช์มาก ไม่ว่าจะเป็นวิธีการส่องกล้องด้วยบรองโคสโคป หรือการเจาะคอ
ถ้าเฉินชางอยู่นอกโรงพยาบาล และบังเอิญเจอผู้ป่วยประเภทนี้เข้า เขาจะต้องเลือกกู้ชีพด้วยวิธีการหัตถการไฮม์ลิคช์แน่นอน
แต่ถ้าผู้ป่วยอยู่ในสภาวะระบบทางหายใจหยุดทำงาน หัวใจหยุดเต้น ห้ามกระทบกระเทือนบริเวณด้านหลังของผู้ป่วยเด็ดขาด ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
ห้องหัตถการภายในห้องส่องกล้องของโรงพยาบาล