เมื่อเฉินชางกลับมาที่วอร์ดก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ฉินเยว่กำลังรักษาแผลให้คนไข้ด้วยท่าทีจริงจัง เฉินชางจึงเดินเข้ามาหา คอยช่วยส่งของให้ฉินเยว่ เป็นผู้ช่วยให้เธอโดยไม่ได้พูดอะไร ฉินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร ร่วมมือกันไปเงียบๆ เช่นนี้
พวกเขาทำงานร่วมกันมาสองปีกว่าแล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวขอบคุณให้มากความ
เมื่อรักษาผู้ป่วยหมดแล้ว ฉินเยว่ก็เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ช่วงนี้อยู่ในฤดูร้อน อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว
เฉินชางพูดยิ้มๆ ว่า “ลำบากคุณแล้ว”
ฉินเยว่กลอกตาใส่เฉินชาง “เป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยนะคะ ชอบโทรหาดึกๆ ดื่นๆ ฉันก็ต้องมาเข้าเวรแทนคุณโดยไม่คิดด้วยซ้ำ!”
พูดจบฉินเยว่ก็ถอนใจ “เฉินชาง ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันบันทึกเบอร์โทรศัพท์คุณไว้นี่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ โทรมาได้จังหวะทุกที คนอื่นเขากำลังนัดเดทกับหนุ่มน้อยอยู่ พอคุณโทรมาฉันก็ต้องวิ่งออกมาเรียกรถบึ่งมาที่แผนกฉุกเฉินทันที ถ้าคุณมีคุณธรรมสักนิด…ช่างเถอะ ยังไงคุณก็ไม่มีหัวใจ!”
พูดจบฉินเยว่ก็ลุกขึ้นยืน บ่นไปถอดเสื้อกาวน์ไป เตรียมจะกลับบ้าน
เฉินชางหัวเราะ “เพราะคิดว่าคุณเป็นคนใจดีและสวยมากไงครับ ผมเลยให้คุณช่วย”
อย่างไรก็ตาม เฉินชางยังถามอย่างแปลกใจ “ไม่สิ คุณดูหนังกับหนุ่มน้อยหรือ? คุณพระ! ฉินเยว่ คุณหาแฟนได้แล้วหรือ นี่มันไร้เหตุผล!”
เมื่อครู่ฉินเยว่ยังไม่โกรธ พอเฉินชางพูดเช่นนี้ออกมาก็ทำให้เธอโมโหทันที “เฉินชาง คุณดูถูกใครอยู่? คุณคิดว่าฉันเหมือนคุณ