แต่ว่า…ผมยังเป็นห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง”
“ถึงอย่างไรพวกคุณสองคนก็เพิ่งคบกัน ยังเข้าใจกันไม่ลึกซึ้ง คุณมีข้อเสียอะไรอีกฝ่ายก็ยังไม่รู้ ผมคิดว่าต้องรีบถือโอกาสนี้ไปเสริมหน้าอกสักหน่อยนะครับ? อย่าให้เป็นปัญหาภายหลัง คุณว่าถูกไหม!”
ฉินเยว่รู้สึกคล้ายกับตนจะกดข่มไฟโทสะไม่ไหวแล้ว กระทั่งมีเส้นเลือดปรากฏที่ขมับทั้งสองด้าน ฉินเยว่รู้สึกว่าตัวเองมาถึงสุดขอบของความโมโหแล้วล่ะ…
เฉินชางเห็นท่าทีเช่นนี้ของฉินเยว่ก็คิดว่าตนพูดจนอีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีจนทำใจสงบไม่ได้ ดูเถอะ…หายใจถี่ซะขนาดนั้นแล้ว…
“ผมคิดว่าด้วยความสัมพันธ์ของผม จะให้ส่วนลดคุณได้!”
ฉินเยว่กัดฟันพูด “ลดเท่าไหร่?”
เฉินชางคิดครู่หนึ่ง “หนึ่งเต้าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!”
ตอนนี้ฉินเยว่ทนจนทนไม่ไหวอีกต่อไป หยิบเสื้อกาวน์ในมาขึ้นมาตีไปที่เฉินชาง “ให้ตายเถอะ! ฉันบอกให้คุณลด! ยังมาหนึ่งเต้าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์อะไรอีก! มาให้ฉันหักขาคุณเดี๋ยวนี้! เดี๋ยวจะลดให้ข้างละห้าสิบ!”
……
……
วันต่อมา แสงอาทิตย์ส่องสว่าง หลี่เป่าซานเดินเข้ามาที่แผนกฉุกเฉินอย่างสบายใจ ท่าทางมีความสุขล้นปรี่
เมื่อถึงตอนแลกเวร อยู่ๆ ก็พบว่าเฉินชางนั่งกุมหน้าผากจึงรู้สึกแปลกใจ
“เสี่ยวเฉิน เงยหน้าขึ้นมา” หลี่เป่าซานพูด
เฉินชางชะงัก เอามือปิดหน้าผากไว้แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้น “หัวหน้าแผนก มีอะไรหรือครับ?”
หลี่เป่าซานเห็นเฉินชางยังเอามือปิดหน้าผากไว้ก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจหนัก “หน้าผากคุณเป็นอะไร เห็