มีความคิดการร่วมมืออย่างอื่นก็บอกผมได้เลยนะครับ พวกเราต้องคุยกัน สัญญาถึงจะออกมาดี!”
พูดจบหูฉวนจินก็ลุกขึ้นตบแขนเฉินชางเบาๆ แล้วกลับไป เหลือเพียงจางจื้อซินและเฉินชางที่นั่งมองหน้าสบตากันอยู่ในห้อง!
จางจื้อซินก็ใช้ทักษะฝีมือแทนเงินในการร่วมหุ้นเช่นกัน รวมทั้งหมดแล้วเขาได้หุ้นสิบห้าเปอร์เซ็น ส่วนหูฉวนจินคนเดียวมีหุ้นมากว่าครึ่ง คิดเป็นหกสิบเปอร์เซ็น ส่วนเถ้าแก่น้อยคนอื่นๆ แค่แบมือคอยรับผลประโยชน์ ไม่ได้เข้าร่วมกันจัดการดูแล แค่ได้เงินปันผลปลายปีก็พอแล้ว
เฉินชางมองจางจื้อซิน “อาจารย์จาง คุณว่าผมควรตอบรับดีไหมครับ?”
จางจื้อซินคิดอยู่นาน สุดท้ายจึงบอกว่า “พูดไปแล้วก็มีแต่ข้อดีทั้งนั้น แต่สุดท้ายจะเซ็นสัญญานี้หรือไม่ก็พูดยาก ของอย่างเงินปันผลมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ผมคิดว่าถ้าผมเป็นคุณ ผมจะร่วมมือกันด้วยวิธีอื่น!”
เฉินชางถามอย่างแปลกใจ “วิธีไหนหรือครับ?”
จางจื้อซินนั่งยืดตัวตรง มองไปที่เฉินชางแล้วพูดว่า “คุณยังไม่เคยบินเดี่ยวสินะครับ? ทำเอง รับงานแบบอิสระไปเลย! ผ่าตัดครั้งหนึ่งได้เงินเท่าไหร่ก็เท่านั้น แถมเวลายังค่อนข้างอิสระ คุณทำตามความสะดวกของตัวเองก็พอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ต้องดูแลเรื่องอื่น เกิดปัญหาก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าคุณเข้าร่วมหุ้นรับเงินปันผล พอคนอื่นเกิดปัญหา คุณก็ต้องรับผิดชอบด้วย”
“ถึงอย่างไรตอนนี้คุณก็ใช้การออกแบบเป็นหลักและการผ่าตัดเป็นรอง เมื่อเป็นแบบนี้ คุณออกแบบ