ที่คุณไม่รู้ยังมีอีกมากเลยนะคะ? นั่นเขาเรียกว่าบุกห้องคนไข้ยามค่ำคืน!”
“ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าคุณไปเรียนภาษาอังกฤษดีๆ ขนาดนั้นมาจากไหน ที่แท้…คุณคิดว่าความรู้บนกระดาษมันน้อยเกินไป เลยอยากดูคลิปเพื่อศึกษาให้ลึกซึ้งสินะคะ? คุณนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ ฉันกำลังเฝ้ารอให้ภาษาญี่ปุ่นของคุณพัฒนาอยู่นะคะ!”
เฉินชางชะงักไป ไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “บุกห้องคนไข้ยามค่ำคืนนี่เอง…ผมคิดว่าแพ้ภัยกลางคืนซะอีก อืม…ไม่ถูกสิ คุณรู้ได้ยังไง?”
ฉินเยว่หุบปากโดยพลัน ถลึงตากว้าง กระสับกระส่ายไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร “หึ! วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับคนอย่างพวกคุณ ฉันถูกทำให้เสียคนไปนานแล้วละ!”
พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งเอาไว้เพียงเฉินชางที่มีหน้าตาไร้เดียงสา คุณต่างหากที่เป็นมือเก๋า ใครทำให้ใครเสียคนกันแน่…
แต่ตกลงฉินเยว่พูดถูกหรือเปล่านะ? หรือว่าฉันพูดถูกแล้ว?
เฉินชางคิดว่าเดี๋ยวกลับไปตนจะต้องศึกษาให้ดีสักหน่อย ในฐานะที่เป็นบุคลากรที่ทำงานด้านการแพทย์ จะต้องมีจิตใจที่จะขวนขวายอยากรู้ความจริง จึงจะพัฒนาไม่หยุดยั้ง…
ตอนนี้เอง ไม่รู้ว่าฉางลี่น่าโผล่มาจากข้างหลังตั้งแต่เมื่อไร…
เดินมาพูดเงียบๆ ว่า “หมอเสี่ยวเฉิน เสี่ยวฉินพูดถูกแล้วค่ะ เป็นบุกห้องคนไข้ยามค่ำคืน…”
เฉินชางกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที
อีกไม่นานก็จะเป็นเวลาหกโมงแล้ว เฉินชางบิดขี้เกียจเล็กน้อย วันเสาร์อาทิตย์สำหรับคนอื่นคือการพักผ่อน แต่สำหรับตนคือการทำงานเสริม