บ้านของฉินเยว่อยู่ที่ตึกใกล้ๆ บริเวณนี้ เดินไปแค่ไม่ถึงสิบนาที ดังนั้นจึงกลับไปกินข้าวที่บ้านทุกวัน ส่วนเหล่าเฉิน ช่วงนี้เขาก็ทำตัวแปลกๆ เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วก็จะรีบกลับบ้านทุกวัน เรื่องเช่นนี้เห็นได้ยากจริงๆ ดังนั้นเพื่อนที่กินข้าวกลางวันด้วยกันกับเฉินชางก็มีแค่หวังหย่งและหวังเชียน
หวังเชียนตบไหล่เฉินชางอย่างสนิทสนม “เสี่ยวหย่ง ชางเอ๋อร์ ไปกินข้าวกัน”
หวังหย่งเก็บของเรียบร้อยแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมจะไป
แต่เฉินชางกลับพูดว่า “ตอนเที่ยงผมมีธุระน่ะครับ พวกคุณไปกันก่อนเลย”
ทั้งสองพยักหน้าแล้วเดินออกไปกันก่อน
เฉินชางเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เดินไปที่ประตูตะวันตกของโรงพยาบาล ที่นั่นมีรถมาเซราติจอดอยู่คันหนึ่ง เมื่อเห็นเฉินชางเดินมา คนขับรถก็รีบวิ่งลงจากรถแล้วเข้ามาต้อนรับ
นี่คงเป็นคนขับรถของจิ้นชิงจื้อ คราวที่แล้วเขาก็เป็นคนขับรถมาส่งเฉินชางที่โรงพยาบาล
เมืองอันหยางถือเป็นเมืองระดับสอง การพัฒนาด้านเศรษฐกิจเป็นไปอย่างธรรมดา จึงเห็นรถหรูราคาสามล้านเช่นนี้น้อยมาก เมื่อรถเช่นนี้มาจอดอยู่ที่ประตูโรงพยาบาลก็ทำให้คนอื่นเหลือบมองมาหลายครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
หลังจากเลิกงานแล้ว หยวนฟางเดินผ่านประตูตะวันตกพอดี เห็นรถมาเซราติติดป้ายทะเบียนปักกิ่งคันนี้ก็เกิดอิจฉาขึ้นมา บ่นพึมพำไปตามประสาคนริษยาหลายประโยค
แต่ในตอนนี้เอง เขาเห็นคนขับรถลงมาต้อนรับเฉินชาง ถึงกับเปิดประตูหลังให้ด้วย
หยวนฟางมองภาพนี้ด้วยค