างรู้ตัวนานแล้วว่าเฉินชางกำลังจับจ้องมาที่คีมจับเข็มในมือของตนตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว สายตาแบบนั้น…เหมือนจะเต็มไปด้วยความกระหายและ…บอกว่าผมก็เก่งนะ?
เมื่อคิดถึงการผ่าตัดเย็บเส้นเอ็นที่คล่องแคล่วไหลลื่นจนสำเร็จไปอย่างงดงามเมื่อครู่นี้ของเฉินชาง โจวหยางพลันตัวสั่น
นี่ผมควรให้ท่านเทพองค์นี้เข้ามาแทนหรือเปล่านะ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ โจวหยางก็ขยับคีมจับเข็มขึ้นเล็กน้อย แสดงท่าทีสอบถามอย่างอดไม่อยู่ “คุณ…?”
เฉินชางตกตะลึง รีบรับคีมจับเข็มมาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ไม่ต้องขอบคุณ ไม่ต้องเกรงใจครับ!”
โจวหยางนิ่งอึ้งไป “???”
ผมบอกว่าจะขอบคุณหรือไง?
ผมเกรงใจคุณแล้วหรือไง?
ถานจงหลินก็อดถามไม่ได้ว่า “เสี่ยวเฉิน คุณ…คุณเย็บเส้นเลือดได้หรือ?”
เฉินชางพยักหน้า “ครับ…ระดับฝีมือคงพอๆ กับการเย็บเส้นเอ็น…”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ออกมา ผลเป็นอย่างไรคงจินตนาการได้เลยทีเดียว
ถานจงหลินดวงตาเปล่งประกายแวววาวไม่ผิดไปจากที่คาด พร้อมทรยศพรรคพวกในเสี้ยววินาที ยิ้มอย่างเบิกบานใจยิ่ง “หมอโจว ให้เสี่ยวเฉินเย็บเถอะ”
โจวหยางพยักหน้า ใครเย็บก็เป็นการเย็บเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
แต่ทำไม…ในใจผมถึงรู้สึกอัปยศแบบนี้นะ
เมื่อเห็นเฉินชางเย็บแผล เพลง ‘คีมจับเข็มของผม’ ก็ดังขึ้นในใจเพื่อมอบให้ตนเองทันที
เป็นคุณที่แย่งคีมจับเข็มของผมไป
ไม่เป็นไร ผมยังมีสายตาอยู่!
เป็นคุณที่มองผมเป็นคนไร้ทักษะ
แต่ตัวผมเองจะไม่คิดโทษคุณตลอดไป
……