อย ผมไปดูมาแล้วมีห้าพันกว่าหยวนเลย ค่าครองชีพปีนี้ก็ไม่ต้องขอพ่อขอแม่แล้ว”
“จริงสิพี่ วันนี้ผมว่าจะถามอะไรพี่หน่อย เรื่องกู้เงินช่วยค่าเทอมน่ะครับ…”
ตั้งแต่เด็กๆ เฉินหลัวก็มีความเป็นอิสระสูง เขาเริ่มทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่มัธยมปลาย แม้จะเกเรแต่ก็ขอเงินพ่อแม่น้อยมาก หากจะพูดถึงเรื่องการใช้เงิน เฉินหลัวยังรู้จักใช้ยิ่งกว่าเฉินชางอีก
ค่าเรียนที่สถาบันนิเทศศาสตร์แพงมาก เฉินหลัวทำได้เพียงใช้เวลาช่วงหยุดเรียนไปหาเงินเพิ่ม จากนั้นก็ต้องอาศัยการกู้เงินเพื่อการศึกษา ภาระทางบ้านจะได้ไม่หนักนัก
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็รีบพูดขึ้นทันที “นายไม่ต้องไปกู้เงินหรอก ฉันมีเงินอยู่”
ตอนนี้ในมือของเฉินชางมีเงินอยู่ไม่น้อย ประมาณสามหมื่นห้าหมื่นหยวนได้ ส่วนใหญ่เป็นเงินที่พี่เสี้ยวให้มา ส่วนเงินของประธานเจิ้งยังอยู่ในตลาดหุ้น เฉินชางไม่รู้ว่าระบบจัดการอย่างไร แต่ก็ได้รับกำไรมาบ้างเป็นบางครั้ง
กำไรนี้เท่ากับเงินรางวัลที่เฉินชางได้รับ…ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นิดเดียว
เฉินชางคิดอย่างละเอียด รู้สึกขอบคุณพวกเขาจริงๆ กระทั่งรู้สึกราวกับนี่ไม่ใช่ความจริง ระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งเดือนก็หาเงินได้ถึงขั้นที่ว่าหากเป็นตัวเขาเมื่อก่อนใช้เวลาสองสามปีก็ยังหาไม่ได้
เฉินหลัวอดหัวเราะไม่ได้ “พี่ครับ พี่ไม่ต้องทำอะไรหรอก พี่มีเงินเดือนนิดเดียว รีบหาพี่สะใภ้สักคนเถอะ เดี๋ยวผมโตไปเป็นดาราแล้วจะซื้อบ้านให้พี่เอง”
เฉินชางพูดว่า “ไม่ ฉัน