ารผ่าตัดแบบบาดแผลน้อยด้วยการส่องกล้องของเฉินชาง ภายใต้การแนะนำของเฉินชาง หวังหย่งถึงกับเรียนรู้ไปได้เจ็ดแปดส่วนโดยที่เขาไม่รู้ตัว
ฝีมือในการเย็บแผลของหวังหย่งไม่เลวเลย นี่เป็นข้อดีของพนักงานชั่วคราว
เฉินชางและหวังหย่งไม่เหมือนหวังเชียน อีกฝ่ายมีวุฒิการศึกษาดี ได้สัมผัสกับการผ่าตัดมาตั้งนานแล้ว เมื่อมาที่โรงพยาบาล หมอในแผนกจึงเชื่อมั่นในตัวเขา ส่วนพวกเฉินชางที่เป็นพนักงานตัวเล็กๆ เมื่อมาที่โรงพยาบาลก็ทำแต่งานรักษาและงานพื้นฐานทั่วไป ทำแต่งานง่ายๆ เหนื่อยๆ ที่ไม่ต้องใช้เทคนิคมาก
ดังนั้นในความเป็นจริง ทักษะพื้นฐานของคนเหล่านี้จะดีกว่าพวกหวังเชียนเล็กน้อย ก็เหมือนกับการเย็บแผลที่หวังหย่งทำได้ดีกว่าหวังเชียน
หลังจากผ่าตัดเสร็จหนึ่งเคส หวังหย่งก็เย็บแผลอย่างตั้งใจ เฉินชางพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนกล่าวชม “ทำได้ไม่เลวเลยครับ!”
เมื่อได้ยินคำชมของเฉินชาง หวังหย่งก็รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นเป็นเท่าทวี เพราะเดิมทีความสามารถนี้ก็ได้มาจากเฉินชาง!
หวังหย่งหัวเราะก่อนจะกล่าวประจบประแจง “เป็นเพราะอาจารย์ชางสอนผมมาดีไงครับ วิธีการจัดการบาดแผลแบบนี้มหัศจรรย์จริงๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ทั้งยังแทบไม่เห็นรอยแผลเป็นเลย ผมคิดว่านี่คงเป็นจุดเด่นของพวกเรา!”
“ชางเอ๋อร์ เดี๋ยวคุณมีชื่อเสียงแล้ว ผมก็เป็นนักเรียนที่น่าภาคภูมิใจคนแรกของคุณใช่ไหมครับ?”
เฉินชางรู้สึกจนใจกับคำว่า ‘อาจารย์ชาง’ แล้ว…บอกไปเป็น