วามฝันตื่นหนึ่ง
ตอนนี้เอง ฉินเยว่เดินดุ๊กดิ๊กเข้ามานั่งลงข้างเฉินชาง ใช้แขนกระทุ้งเฉินชางแล้วกล่าวขึ้นว่า “เฉินชาง ฉันมีอะไรจะให้คุณ!”
เฉินชางชะงักไป “อะไรหรือครับ?”
ฉินเยว่ซ่อนมือทั้งสองไว้ด้านหลังด้วยท่าทีลึกลับ ยืดอกขึ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความได้ใจ “ลองเดาดูสิ?”
เฉินชางหรี่ตาลงโดยพลัน มองไปยังฉินเยว่ที่แม้จะยืดอกขึ้นแล้วแต่ตรงหน้าก็ยังราบเรียบจนน่าตกใจ จากนั้นจึงทอดถอนใจออกมา “ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยนี่?”
ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นพลันชะงักไปก่อนจะมีปฏิกิริยาขึ้นมา คล้ายกับมีเสียงดังตู้มปรากฏในสมอง เธอรีบหยิบต้นฉบับที่ซ่อนอยู่ด้านหลังออกมาเคาะศีรษะเฉินชางไปครั้งหนึ่ง!
“แย่จริง คิดอะไรของคุณน่ะ?”
อย่างไรก็ตาม ฉินเยว่ไม่ได้ใส่ใจคำพูดหยอกล้อของเฉินชางเท่าไหร่นัก ถึงอย่างไรก็ถูกหัวเราะเยาะมาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยแรกรุ่น แม่ของเสี่ยวฉินก็พบเรื่องบางอย่าง นั่นก็คือเสี่ยวฉินทำให้เธอประหยัดเงินมาก ชุดชั้นในตัวหนึ่งสวมได้หลายปี ตัวที่ซื้อตอนมัธยมปลายยังใส่ได้จนถึงตอนนี้ ไม่ต้องเปลี่ยนไซซ์ใหม่ในเวลาสั้นๆ เหมือนกับเพื่อนคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เสี่ยวฉินเรียนมัธยมปลายจนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาโทก็ให้แม่เป็นคนจัดการเรื่องชุดชั้นในมาตลอด แต่ไหนแต่ไรแม่ของเธอไม่เคยต้องกังวลว่าซื้อไซซ์นี้มาจะเหมาะหรือไม่เลยสักครั้ง
ฉินเยว่หรี่ตามองเฉินชาง “คุณจะเข้าใจอะไร อกใหญ่ไร้สมองน่ะเคยได้ยินหร