วกเราเป็นพวกเดียวกัน”
เมื่อหัวเราะเสร็จ ต้วนปัวก็ส่งบุหรี่มวนหนึ่งให้จางโหย่วฝูแล้วจุดไฟให้
จางโหย่วฝูสูบเข้าไปเฮือกใหญ่ “เฮ้อ…หลี่เป่าซานคนนี้ดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ ถึงกับเอาห้องผ่าตัดไปสองห้อง ทำเป็นห้องผ่าตัดของตัวเอง ผู้ป่วยแผนกเราก็ลดลงทันที”
ต้วนปัวพยักหน้า “ความจริง…หัวหน้าครับ ผมมีวิธีอยู่นะครับ วิธีที่จะทำให้พวกเขาส่งผู้ป่วยมาให้เรา แล้วยังเป็นการตบหน้าพวกเขาเองด้วย”
จางโหย่วฝูได้ยินดังนั้นดวงตาเปล่งประกาย “วิธีอะไรหรือ?”
ต้วนปัวกล่าวว่า “ตอนนี้แผนกฉุกเฉินก็แค่สร้างสถานการณ์เพื่อข่มขู่เท่านั้นแหละครับ!”
จางโหย่วฝูขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”
ต้วนปัวยิ้มอย่างลึกลับ “หัวหน้าครับ คุณไม่รู้หรือว่าตอนนี้แผนกฉุกเฉินอยู่ในสถานการณ์แบบไหน? แผนกฉุกเฉินก็เหมือนกาน้ำชาว่างเปล่า แค่สร้างสถานการณ์ข่มขู่คนอื่น! คุณลองคิดดู แผนกฉุกเฉินมีหมอผ่าตัดทั้งหมดกี่คน ศัลยแพทย์ของแผนกฉุกเฉินมีทั้งหมดไม่ถึงเก้าคนด้วยซ้ำ หลี่เป่าซานก็ยุ่งอยู่กับการผ่าตัดทั้งวัน จะมีเวลาไปสนใจการผ่าตัดเล็กๆ อย่างโรคถุงน้ำดีอักเสบที่ไหนกันล่ะครับ อีกอย่างอันเยี่ยนจวินก็ถูกจัดไปเป็นฝ่ายศัลยศาสตร์แล้ว เฉินปิ่งเซิงคนเดียวจะดูแลการผ่าตัดได้มากขนาดไหนกันเชียว?”
“ส่วนสือน่า แค่ผู้ป่วยรายวันก็มากจนปลีกตัวมาดูแลเรื่องการผ่าตัดไม่ได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นระดับฝีมือการผ่าตัดของสือน่า…ธรรมดามาก! คุณคงไม่รู้สินะครับ ตอนเรียนผมเป็นเพื่อ