จึงจัดให้หวังหย่งคอยติดตามเฉินชาง
ในฐานะที่หวังหย่งเป็นบุคลากรชั่วคราว คอยทำงานจิปาถะเป็นลูกมือให้เฉินชางก็เหมาะสมที่สุดแล้ว
ส่วนฉินเยว่นั้นพอใจกับงานของตัวเองมาก!
อย่างไรเสียหลังจากวันนี้ไป ขอแค่ตนผ่าตัด เก็บสถิติและเขียนบทความให้ดีก็พอ ความกดดันด้านงานเวชคลินิกลดลงไม่น้อย ขณะเดียวกันความกดดันในงานวิจัยก็เพิ่มมากขึ้น
แต่…ในแผนกฉุกเฉิน งานเกี่ยวกับการวิจัยเป็นเวทีที่ใช้แสดงผลงานได้ง่ายที่สุด
ฉินเยว่พอใจมาก!
จุดที่ไม่พอใจเพียงจุดเดียวก็คือ…ต้องเป็นลูกน้องเฉินชาง!
การโอนย้ายบุคลากรและโอนถ่ายงานจำเป็นต้องทำให้สำเร็จภายในสามวัน หวังหย่งเป็นคนที่มีอคติและมีอารมณ์เดือดพล่านที่สุด
ส่วนคนอื่น โดยทั่วไปก็นับว่าได้เลื่อนขั้นเล็กน้อย
อันเยี่ยนจวินกลายเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับศัลยศาสตร์ในอนาคต เฉินปิ่งเซิงเป็นผู้รับผิดชอบการผ่าตัดเกี่ยวกับระบบย่อยและระบบทางเดินอาหารในแผนกฉุกเฉิน สือน่ากลายเป็นหัวหน้าย่อยของโรงพยาบาล หวังเชียนและเฉินชางมีสิทธิ์ออกใบสั่งยา ฉินเยว่กลายเป็นบุคลากรที่ทำงานด้านการวิจัยและผ่าตัด
……
……
พริบตาเดียว เฉินชางก็ยุ่งวุ่นวายขึ้นมา เขาต้องรับรองและจัดการผู้ป่วยเพียงลำพัง ทั้งยังต้องทำการผ่าตัดและเขียนประวัติผู้ป่วยอีกด้วย
ส่วนหวังหย่งเริ่มทำตัวเกียจคร้าน อย่างไรเสียในใจก็มีอคติ คนระดับเดียวกันกลายเป็นหัวหน้าตนไปแล้ว ไม่ว่าใครก็คงไม่มีความสุข ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชายหนุ่มอายุยี่สิ