หวังเชียนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย รีบหาหัวข้อสนทนาใหม่เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น พูดขึ้นว่า “ชางเอ๋อร์ไปแข่งวันนี้ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างนะครับ?”
เมื่อพูดออกมาเช่นนี้กลับดึงดูดความสนใจของทุกคนรอบๆ ได้ชะงัด
การเลื่อนตำแหน่งของเฉินชางในคราวนี้ พูดอย่างไรก็เป็นเรื่องไม่ใหญ่ไม่เล็กในแผนกฉุกเฉิน ทุกคนให้ความสนใจอยู่บ้าง
เฉินปิ่งเซิงไม่กล้าพูดอะไร พูดตอนนี้ยังเร็วเกินไป ถ้าชมเชยเขา…เกิดคะแนนย่ำแย่ขึ้นมาจะเป็นการทำร้ายเขาเปล่าๆ เดี๋ยวจะถูกพวกปากเสียนินทาลับหลัง เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินปิ่งเซิงจึงรู้สึกสมองบวม
อันเยี่ยนจวินยิ้มออกมา “พื้นฐานของเสี่ยวเฉินแข็งกว่าคุณ คุณไม่ต้องกังวลหรอก”
ฉินเยว่พยักหน้า “ใช่แล้ว เฉินชางหล่อขนาดนั้น ต้องผ่านแน่นอน”
หวังเชียนชะงักไป รู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาเล็กน้อย…
หล่อเกี่ยวอะไรกับการผ่าตัด?
หรือคนหล่อแล้วไม่ต้องการวิสัญญีแพทย์?
หล่อแล้วไส้ติ่งจะวิ่งออกมาหาคุณเองหรือไง!
อีกอย่างผมก็คิดว่าผมหล่อมาก อย่างน้อยก็มีความมาดแมนมากกว่าเฉินชาง
หลังจากหวังเชียนใคร่ครวญอย่างละเอียด ก็พบปัญหาใหญ่อย่างหนึ่ง ดูเหมือนเขาพูดอะไรก็ถูกรังเกียจไปหมด?
ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่รู้ตัวล่ะ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้หวังเชียนก็ตัดสินใจว่าตนจะต้องเรียนรู้จากอันเยี่ยนจวินผู้เป็นอาจารย์ให้ดี จะต้องเงียบสงบดังเหล็กกล้าให้ได้
ตอนนี้แต่ละคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง
แม้ว่าการที่เฉินชางจะได้บรรจุหรือไม่จะไ