คนทั้งหลายเริ่มสนทนากัน
“ผู้อำนวยการหลิว ปีนี้โรงพยาบาลประชาชนแห่งมณฑลดีขึ้นเรื่อยๆ เลยนะครับ การประชุมประจำปีเรื่องตับและถุงน้ำดีที่จัดขึ้นเดือนที่แล้ว ผมจำได้ว่าขนาดบิดาด้านตับและถุงน้ำดีอย่างคุณอู๋ คุณก็ยังเชิญมาได้!”
“ฮ่าๆ คุณอู๋เป็นคนดีจริงๆ ความจริงคุณอู๋อายุเก้าสิบกว่าปีแล้ว พวกเราไม่ควรทรมานเขาเลย แต่พอคุณอู๋ได้ยินเรื่องนี้ก็ตัดสินใจทันที ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้…” หลิวซือฉีหัวเราะแล้วพูดขึ้น “ใช่แล้ว หัวหน้าเฉียน รู้สึกว่าปีนี้คุณจะได้ปริญญาเอกแล้วหรือครับ?”
เฉียนเลี่ยงพยักหน้า “ครับ พวกเราก็แก่กันแล้ว ยังจะผ่าตัดไปได้อีกกี่ปีกันเชียว? ผมเลยถือโอกาสตอนที่ยังมีแรง ส่งต่อฝีมือให้คนรุ่นหลังน่ะครับ”
หลายคนเห็นด้วยกับคำพูดนี้ขอเฉียนเลี่ยง ความจริงกล่าวได้ว่า สำหรับศัลยแพทย์มีบันไดอยู่สามขั้น หนึ่งก็คือช่วงอายุสามสิบห้าปีเป็นช่วงเวลาที่พัฒนาเร็วที่สุด สองคือช่วงอายุสี่สิบห้าปีเป็นช่วงเวลาถดถอย สามคือช่วงอายุห้าสิบห้าปีเป็นช่วงเวลาขาลง
คำพูดนี้ของเฉียนเลี่ยงทำให้คนแก่ทั้งหลายพากันปลงอนิจจังกับเวลาที่ไหลผ่าน
ห่าวซวี่เลี่ยงในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการสาขาย่อยก็รับผิดชอบการแข่งขันคราวนี้ด้วย
ความจริงโรงพยาบาลทั้งหลายมักจะร่วมมือและไปมาหาสู่กันบ่อยๆ เนื่องจากการผ่าตัดใหญ่หนึ่งเคสต้องให้หมอมากประสบการณ์ลงมือด้วยตัวเอง ดังนั้นความสัมพันธ์ส่วนตัวจึงค่อนข้างดี ยิ่งไปกว่านั้น ที่สำคัญก็คือแต่ละโรง