้องการลักษณะพิเศษอะไรอีก?”
แค่คิดจะพัฒนามาถึงระดับสมบูรณ์แบบก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว
เฉินชางย้อนคิดไปถึงตอนแรก ประสบการณ์บางอย่างของเหล่าเฉินเหนือระดับทักษะไปอย่างชัดเจน แต่ทักษะยังไม่ผ่าน ถึงแม้ประสบการณ์จะมากพอแต่ความเข้าใจยังไม่ถึงขั้น
การเรียนหมอเป็นเหมือนการทดสอบพรสวรรค์ ศัลยแพทย์ก็เป็นเช่นนี้
ดูท่าทาง [บัตรฝึกพิเศษ] จะเป็นของดีจริงๆ แต่ว่า…เฉินชางไม่คิดใช้บ่อยๆ เนื่องจาก…ทุกครั้งที่ใช้ก็เหมือนนั่งอยู่ในห้องขัง
……
……
ตอนกลางวัน เฉินปิ่งเซิงมาหาเฉินชาง “บ่ายวันนี้จางจื้อซินมีผ่าตัดไส้ติ่งหลายเคส คุณตามผมไปด้วยนะครับ คุณไปผ่าตัด ผมจะช่วยชี้แนะข้อด้อยของคุณ”
“การสอบคราวนี้คุณก็อย่าเครียดมากนะครับ” ขณะที่เหล่าเฉินพูด ในใจก็รู้สึกไม่สบายนัก กระทั่งรู้สึกตำหนิตนเองด้วยซ้ำ “อา ต้องโทษผมที่สองปีมานี้ให้คุณเป็นผู้ช่วยอยู่ในแผนกฉุกเฉินมาตลอด ทำแต่งานจิปาถะ ไม่ได้ร่วมผ่าตัดเท่าไหร่ นี่เป็นความรับผิดชอบของผมจริงๆ”
เฉินชางยิ้ม พูดปลอบใจ “หัวหน้าครับ คุณไม่คิดว่าผมผ่าตัดไส้ติ่งได้ดีมากหรือ?”
เฉินปิ่งเซิงถลึงตาใส่เฉินชางอย่างไม่สบอารมณ์ นี่มันเวลาอะไรแล้ว เด็กคนนี้ยังมาล้อเล่นอยู่อีก
แต่ตอนนี้เฉินปิ่งเซิงไม่อยากพูดโจมตีเขา ไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับเขาเหมือนปกติ ทั้งยังพูดสนับสนุนด้วยซ้ำ “ผมคิดว่าคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีพรสวรรค์ด้านการผ่าตัดยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะครับ ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น อนาคตไร้ข