วแทนของคนรุ่นใหม่ในแผนกพวกเรา หัวหน้าแผนกให้ความสำคัญมาก ปกติจะมอบการผ่าตัดเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาทำ ทำคนเดียวก็ไม่มีปัญหา ตอนนี้สอบระดับกลางผ่านแล้ว คาดว่าปลายปีจะมีการชี้วัดออกมา”
เมื่อจางจื้อซินกล่าวออกมาเช่นนี้ทั้งสามก็จมลงสู่ความเงียบงัน
เดิมทีนี่คือโอกาสที่จะมอบให้เฉินชาง แต่เพราะสาเหตุต่างๆ นานา ตอนนี้จึงต้องมาแข่งขันกับคนอื่น ทั้งๆ ที่เป็นคนมีความสามารถแท้ๆ
ทั้งสามเดินไปยังห้องผ่าตัด ระหว่างทางเฉินปิ่งเซิงเดินออกห่างจางจื้อซิน ดึงเฉินชางเอาไว้ กระซิบว่า “เสี่ยวเฉิน คุณวางใจเถอะ ไม่ว่าคุณจะสอบผ่านหรือไม่ ผมเฉินปิ่งเซิงขอรับประกันเลยว่าอย่างน้อยคุณต้องได้เข้าระบบสัญญาแน่”เฉินชางยิ้มแล้วพยักหน้า ความจริงเฉินชางซาบซึ้งกับความใส่ใจของเหล่าเฉินมาก ถึงอย่างไรตนก็ไม่มีญาติมิตรที่นี่ สำหรับความใส่ใจที่อีกฝ่ายมีให้ตน เรียกได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียว
เฉินปิ่งเซิงถอนใจ ไม่ได้พูดอะไรมาก ทำเพียงตบไหล่เฉินชางเท่านั้น
……
……
ภายในห้องผ่าตัด จางจื้อซินยกมีดผ่าตัดขึ้นเตรียมจะเริ่มการผ่าตัด
เฉินปิ่งเซิงกำชับอีกครั้ง “สังเกตให้ดีนะครับ เหล่าจางมีความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องการผ่าตัดไส้ติ่ง”
เฉินชางพยักหน้า!
จางจื้อซินเป็นศัลยแพทย์หลัก เฉินปิ่งเซิงเป็นผู้ช่วย ส่วนงานของเฉินชางคือสังเกตและศึกษาอย่างใส่ใจ
เพียงแต่เมื่อจางจื้อซินยกมีดขึ้นมาผ่าลงไป เฉินชางก็ทำการวิเคราะห์ตามสัญชาตญาณ จากนั้น…ก็พูดคำที่ปรากฏในสมอ