จากคิดกระจ่างแล้ว เฉินชางก็เงยหน้าขึ้น “ผมว่าผมน่าจะทำได้นะครับ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เจิ้งกั๋วถานก็มองมาด้วยดวงตาเปล่งประกาย!
ประโยคที่เขาได้ยินบ่อยที่สุดในวันนี้คืออะไร?
“ผมคงรับประกันไม่ได้นะครับ!”
“เป็นไปไม่ได้เลย!”
“นี่…ทำไม่ได้หรอกครับ!”
“ยากมากครับ! ไม่ มันยากเกินไป!”
……
……
เชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาหลายสิบคนแล้ว แต่ทุกคนต่างก็พูดประโยคนี้ ทำให้เจิ้งกั๋วถานรู้สึกหงุดหงิดมาก แต่ก็สิ้นไร้หนทางเช่นกัน
ทว่าเฉินชางกลับพูดว่า “ผมว่าผมน่าจะทำได้นะครับ!”
นี่แสดงให้เห็นว่าหนุ่มคนนี้มีความมั่นใจสูงมาก
อย่างไรก็ตาม เจิ้งกั๋วถานคิดถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง!
คนหนุ่มต้องการประสบความสำเร็จให้เร็วๆ จึงคิดจะออกหน้าสร้างผลงาน!
สองอย่างนี้ล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น เจิ้งกั๋วถานไม่เชื่อคำพูดของใครง่ายๆ แน่นอน เขาจึงทำเพียงพูดด้วยดวงตาที่ทอประกาย “งั้นก็ดีเลยครับ พวกเราออกไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญสักหน่อยเถอะ ดูว่าความคิดของคุณเป็นไปได้หรือเปล่า”
พูดจบเขาก็เดินนำเฉินชางไปที่ห้องโถง
เจิ้งกั๋วถานตบมือก่อนจะพูดกับทุกคนว่า “ผู้อำนวยการและผู้เชี่ยวชาญทุกท่านครับ โปรดฟังผมก่อน หมอเฉินท่านนี้ดูแผลมาแล้ว และคิดว่าจะลองรักษาดูสักหน่อย ทุกคนลองฟังความคิดของหมอเฉินดูหน่อยนะครับ”
ทุกคนได้ยินเสียงตบมือเป็นสัญญาณจากเจิ้งกั๋วถานก็พากันหันมาสนใจ
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หมอทุกคนที่รับรู้ว่ามีทางเป็นไปได้ก็เกิดสนใจขึ้