“ผู้ป่วยเป็นยังไงบ้าง?”
เฉินชางเย็บขมวดปมสุดท้ายให้เสร็จ “ดีมากครับ ประสบความสำเร็จดี!”
ทุกคนได้ฟังพลันเดินเข้ามา
อู๋กังมองไป กล่าวด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้า ผมไม่เป็นไรครับ”
จางเค่อฉินสลึงตาใส่อู๋กัง “ไม่เป็นไรงั้นเหรอ? คุณบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรหรือไง!”
อันเยี่ยนจวินดึงเฉินชางมาที่มุมหนึ่ง กระซิบเสียงเบา “นี่คุณก่อเรื่องแล้ว คุณรู้หรือเปล่าว่านี่เป็นใคร? โง่จริงๆ! อวดเก่ง!”
เฉินชางชะงักไป “ผมรู้ครับ เขาเป็นตำรวจ”
อันเยี่ยนจวินตบหน้าผาก พูดเสียงเบาต่อไปว่า “ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ฐานะของบุคคลนี้ค่อนข้างอ่อนไหว คุณกล้าพามาผ่าตัดอีก ไม่รู้หรือว่าหลังจากเย็บเส้นเอ็นแล้วจะมีโอกาสปรากฏอาการเรื้อรังมากขนาดไหน เรื่องพวกนี้ยังกล้าหาเรื่องใส่ตัว คุณบ้าหรือเปล่า!”
เฉินชางหัวเราะ “การผ่าตัดประสบความสำเร็จมากนะครับ”
เวลาออกฤทธิ์ของยาชาหมดลงแล้ว เฉินชางหันไปพูดกับอู๋กังว่า “คุณขยับนิ้วดูหน่อยนะครับว่ารู้สึกยังไง”
อู๋กังพยักหน้า ยกมือขึ้นขยับเล็กน้อย “โอ้? ยอดจริงๆ! ดีมาก มือผมขยับได้!”
“ฮ่าๆ หัวหน้า มือของผมไม่พิการ ผมยังจับปืนได้!…”
เฉินชางส่ายหน้า “ช่วงนี้คุณต้องพักผ่อนให้ดีอย่าได้ขยับมั่วๆ อีกสามอาทิตย์ถึงจะเริ่มทำกายภาพบำบัดเบาๆ หกอาทิตย์ถึงขยับได้ตามปกติ ทำกายบริหารเร็วเกินไปอาจจะทำให้เส้นเอ็นเสียหาย ทำกายบริหารช้าเกินไปจะทำให้เกิดพังผืด”
อู๋กังพยักหน้า “ขอบคุณครับหมอเฉิน!”
จากนั้นเฉินชางก็ช่