สี้ยวยวนเดินเข้ามา “หมอเฉิน ทำไมคุณถึงผ่าตัดอู๋กังที่สำคัญแบบนี้ล่ะครับ”
เฉินชางชะงัก ที่แท้ก็เรื่องนี้
เฉินชางรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด
“ตอนนั้นการอัตราไหลเวียนโลหิตที่มือของผู้ป่วยลดต่ำลงเรื่อยๆ หากยังเสียเวลาไม่ยอมเย็บเส้นเอ็นนานเกินไปจะไม่เป็นผลดีกับการฟื้นตัวภายหลัง ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่ได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงในเวลานานจะทำให้เกิดผลกระทบกับเส้นประสาทอย่างแน่นอน ตอนนั้นผมเห็นว่าสภาพของผู้ป่วยจำเป็นต้องรีบผ่าตัด ในฐานะที่เป็นหมอเวร หลังจากบอกสภาพกับผู้ป่วยแล้ว ผู้ป่วยก็ตกลงให้ผ่าตัด ทั้งยังเซ็นหนังสือยินยอมการผ่าตัดแล้วด้วย ผมจึงดำเนินการผ่าตัดครับ!”
ฉินเยว่ชะงักโอ้โห นี่มันวีรบุรุษไม่กลัวอำนาจจากไหนกัน?
คำพูดที่ฟังดูดีมีเหตุผลทำให้ผู้อำนวยการฉินพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ!
ฉินเยว่คิดในใจเฉินชางเจ๋งจริง!
ฉินเสี้ยวยวนสูดหายใจลึก น้องสาว ยังมาพูดเรื่องกฎอะไรกับผมอีก!
“หลังจากประเมินอาการของผู้ป่วยแล้วพบว่าระดับความยากสูง คุณไม่คิดถึงจุดนี้หรือ? ถ้าหากล้มเหลวขึ้นมาจะทำยังไง?”
เฉินชางผู้ตอบ “การผ่าตัดย่อมมีความอันตรายและข้อจำกัด เป็นเรื่องปกติ”
ฉินเสี้ยวยวนชะงักไปให้ตายเถอะคุณ ยังอยากเป็นหมออยู่หรือเปล่า ใจเย็น ใจเย็นเขาสูดหายใจลึกๆ อ้าปากขึ้นอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
เฉินชางเห็นว่าฉินเสี้ยวยวนยังคิดจะพูดจาเล่นลิ้นจึงพูดออกไปอีกประโยค “ผมรู้ครับว่าผมควรจะติดต่อแจ้งสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่ว