ป้าเจ้าของห้องพูดต่อไป “พวกเราร่วมมือกันเป็นไง ถ้าเธอรั้งลูกสาวป้าให้อยู่ต่อได้ ไม่ไปต่างประเทศอีก ป้าจะให้เธอเช่าห้องฟรีหนึ่งห้อง!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ป้าเจ้าของห้องก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย “ลูกสาวป้าไม่อยากกลับมาจีน แต่ป้าสุขภาพไม่ดี ปู่ย่าตายายของหล่อนก็ต้องให้ป้าดูแล พวกเราห้าคนก็เหมือนคนแก่โดดเดี่ยว”
“ตอนที่แม่หนูนี่จากไปมีความคิดทะเยอทะยาน ดูถูกเมืองอันหยางของพวกเรา บอกว่าไปที่อื่นมีโอกาสมากกว่า มีโอกาสกับผีอะไรล่ะ ครั้งนี้ป้าอยากรั้งแม่หนูของป้าเอาไว้ ถึงตอนนั้นก็ให้หล่อนเลี้ยงดูจนป้าแก่เฒ่า หาลูกเขยดีๆ สักคน นับว่าใช้ชีวิตสงบสุขได้แล้ว”
“พวกเราก็ไม่ใช่คนที่โลภในทรัพย์สินเงินทองอะไร เดิมทีก็เป็นชาวบ้านตาสีตาสาในหมู่บ้าน ไม่ได้มีความสามารถอะไรมาก แต่ยุคสมัยดี นโยบายดี ทำให้คนแก่อย่างป้าหาเงินได้มากขนาดนี้ ป้าเองก็รู้จักพอ”
ความจริงป้าเจ้าของห้องไม่เลวเลย มักจะดูแลคนเช่าทั้งหลาย แล้วยังไม่ได้เร่งรัดเรื่องค่าเช่าขนาดนั้น คุณมีมาจ่ายก็พอแล้ว
ช่วงวันหยุดเทศกาลยังให้ขนมไหว้พระจันทร์เอยบ๊ะจ่างเอย ถือเป็นคนมีน้ำใจมาก
แต่ลูกสาวป้า หลังจากเรียนจบระดับมัธยมปลายก็ไปต่างประเทศ จะทำอย่างไรก็ไม่ยอมสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ พอดีว่าครอบครัวมีเงินจึงส่งให้ใช้
เป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง!
เมื่อคิดถึงตรงนี้เฉินชางก็ชะงักไปครั้งใหญ่!
เฉินชาง นายจะลำพองใจเกินไปแล้ว!
นายถึงกับกล้าสงสารเศรษฐีร้อยล้านเชียวหรือ