พักในเมืองเอกของมณฑล
เฉินชางเองก็คิดเช่นนี้
ไม่สิ ก่อนหน้านี้เฉินชางไม่กล้าแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าเป็นฝันที่ไกลเกินเอื้อม
ฮ่าๆ…หรือนี่จะเป็นความโศกเศร้าในชีวิตของเขา?
แน่นอนว่าไม่ใช่ หลายครั้งเขาคิดว่าตัวเองช่างโลกสวย
โลกสวย?
นั่นเป็นเพราะเก็บซ่อนความโศกเศร้าไว้ในท้อง กดความน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้ในส่วนลึก
คนเราก็เป็นเช่นนี้
มีเพียงยามค่ำคืนที่ผู้คนเงียบเหงา คุณถึงจะรู้ว่าคุณเป็นเช่นไร
มีเพียงตอนที่คนเราอยู่ในมุมลึกเท่านั้น คนถึงจะกล้ามองส่วนลึกที่แท้จริงในใจตนเอง
เฉินชางมองท้องฟ้า กำหนดแผนการเล็กๆ ให้ชีวิตตนไปเงียบๆ ในใจ
เฉินชางเป็นคนชนบท พ่อแม่เป็นเกษตรกรที่ซื่อสัตย์ ยิ่งไปกว่านั้นเฉินชางยังมีน้องชายอยู่คนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังเรียนมหาวิทยาลัย พ่อแม่มีลูกชายสองคน ความกดดันจึงค่อนข้างมาก
ไม่ใช่ว่าเฉินชางไม่คิดเรียนปริญญาโท แต่พูดตามจริง เขาเรียนไม่ไหว!
ไม่ต้องพูดถึงค่าเรียนปีละแปดพันหยวนเลย เมื่อรวมกับค่าที่พักแล้วยังก็เป็นเงินหนึ่งหมื่นกว่า
นี่ยังไม่รวมค่ากินดื่ม
เรียนแพทย์ในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี ทางรัฐบาลจะมอบเงินช่วยเหลือหกพันหยวน ความจริงก็มีทุนรัฐบาลอยู่เหมือนกัน แต่คิดว่าจะได้มาง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?
เขาเคยคิดจะกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลในท้องถิ่น แต่ถึงอยากจะกลับก็ยังต้องหาคอนเน็คชั่นและยังต้องจ่ายเงิน
เรียนแพทย์มาห้าปี ลำบากมาห้าปี
ความจริงเฉินชางรู้สึกกลัว!
เขาไม่ได้กลั