ายได้ประมาณหมื่นหยวน หากเก็บเกี่ยวไม่ดีก็จะได้ประมาณเจ็ดแปดพัน ถึงอย่างไรก็ต้องอาศัยดินฟ้าอากาศในการทำมาหากิน
ส่วนเรื่องการเป็นพ่อครัว รุ่นปู่ของตระกูลเฉินเป็นพ่อครัวอยู่ในหมู่บ้าน ภายหลังปู่เฉินประสบความสำเร็จ หนึ่งปีมีรายรับประมาณหนึ่งหมื่นแปดพันหยวน หากในหนึ่งปีทำพาร์ทไทม์ก็อาจฝืนหาเงินได้ถึงสามหมื่นหยวน
แต่นี่มันยุคไหนแล้ว เงินสามหมื่นหยวนพอทำอะไรได้?
ถ้าหากเฉินชางเรียนต่อ ครอบครัวก็จะเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ สร้างภาระให้พ่อแม่ สร้างความกดดันให้น้องชาย เรื่องพวกนี้เฉินชางทำไม่ลง
ทุกคนต่างก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ในขณะเดียวกันทุกคนก็ต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง
เฉินชางเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ การมาทำงานอยู่ในเมืองแห่งนี้ก็คือการดิ้นรนสุดท้ายของเขา
ดังนั้นนี่คือโอกาสเปลี่ยนแปลง เขาจำเป็นต้องคว้าไว้ให้มั่นคง
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะได้อยู่ในเมืองเอกของมณฑล
เฉินชางประหยัดมาก รวมแล้วสองปีหาเงินได้ไม่ถึงห้าหมื่นหยวน แต่เก็บเงินได้สองหมื่นกว่าหยวน นี่เป็นสิ่งที่คนธรรมดาทำไม่ได้
บางครั้งความจนก็ไม่ใช่เพียงคำพูดขำขัน
แต่เป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับผู้ใหญ่
บางครั้งความล้มเหลวของผู้ใหญ่ก็เริ่มต้นมาจากการหยิบยืมเงิน
ในตอนที่เฉินชางยังเรียนอยู่ สำหรับเขาแล้วความจนไม่ได้แตกต่างกัน แค่มื้อเย็นจะกินหมั่นโถวหรือจะกินขาไก่จนทำให้ความสุขของเขาลดลง แต่ตอนนั้นเขาหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้สัมผ