ั่งลงบนเก้าอี้ “เฉินชาง ป้ามีอะไรจะบอกเธอ”
เฉินชางยืนตัวตรง อดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “คุณป้าพูดมาเถอะครับ”
ไม่ใช่ว่าเฉินชางเกลียดคนอ้วน แต่รู้สึกว่า…นี่…นี่เป็นความหนักของโชคชะตาที่ทนรับไม่ไหว
คุณป้ากวักมือ “เข้ามาใกล้หน่อย มีอะไรจะให้”
พูดพลางรูดซิป
……
จากนั้นคุณป้าจึงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ เปิดรูปขึ้นมาแล้วพูดว่า “ดูสิ”
เฉินชางมองดูเอกสารที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยความสงสัย เบิกตากว้าง “เอกสารการรื้อถอน[1]?”
คุณป้าพยักหน้า “อืม ถ้ารื้อถอนแล้วเธอก็อยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ช่วงนี้รีบหาที่อยู่ใหม่เถอะ”
เฉินชางทอดถอนใจ “ครับ”
คุณป้ามองเฉินชางด้วยความรู้สึกโศกเศร้า “เธอก็อย่าคิดถึงป้ามากเลย ป้าคิดว่าเด็กอย่างเธอก็ไม่เลว แต่เด็กเกินไป ไม่เหมาะกันหรอก”
เฉินชางตกใจแทบสิ้นสติ พยักหน้ารัวๆ “ครับ ป้าพูดถูกแล้ว!”
คุณป้ามองเฉินชางด้วยสายตาลึกล้ำรู้นานแล้วว่าเด็กอย่างเธอสนใจฉัน
สายตาแบบนี้ทำให้เฉินชางหวาดกลัวจริงๆ
คุณป้าพูดต่อไป “เฮ้อ คราวนี้ป้าถูกรื้อถอนไปสิบห้อง แล้วยังมีร้านค้าด้านนอกอีกสองร้าน รวมค่าจัดหาอีกแปดล้านหยวน ถือว่าได้น้อยไปหน่อย ไม่คุ้มเลย”
“ตั้งแต่ลุงของเธอจากไป ผู้หญิงอย่างป้าก็ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว น่าอนาถจริงๆ”
“ตัวคนเดียวจัดการไม่ไหวเลย ป้าเป็นลูกสาวคนเดียว ลุงของเธอเป็นลูกชายคนเดียว เหนือพวกเรายังมีผู้อาวุโสอีกสี่คน จะถูกรื้อถอน เวน