เฉินชางและเฉินปิ่งเซิงออกมาล้างมือและเปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัดอีกชุดหนึ่ง ต่อไปยังมีการผ่าตัดเคสที่สองรออยู่ เป็นการผ่าตัดต่อเนื่อง
ห้องผ่าตัดเฉพาะของแผนกฉุกเฉินไม่ใหญ่มาก แม้ไม่ได้เคร่งครัดแต่ค่อนข้างวุ่นวาย เคสในแผนกฉุกเฉินค่อนข้างมาก ปกติห้องจึงเต็มทั้งวัน
ผู้ป่วยเคสที่สองเป็นชายฉกรรจ์อายุประมาณห้าสิบกว่าปี แค่ดูก็รู้ว่าร่างกายไม่เลวเลย ที่เป็นไส้ติ่งอักเสบเพราะเกิดจากการกินของปิ้งย่างและเหล้าเบียร์ ชายคนนี้ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด หลังจากกินยาแก้ปวด วันต่อมาก็กินดื่มต่อไปตามปกติ ภายหลังจึงทำให้ไส้ติ่งอักเสบรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้ไส้ติ่งเป็นหนอง
เขาจึงค่อยมาโรงพยาบาล เฉินชางเป็นคนรับรองเขา ประโยคแรกพี่ชายคนนี้พูดก็คือ
“หมอครับ คุณตัดไส้ติ่งผมเถอะ มันกำเริบทุกวัน ส่งผลต่อการดื่มเหล้าของผม!”
เฉินชาง “…”
นี่มันตรรกะอะไรกัน???
ทำไมฟังแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผลล่ะ?
เฉินชางอธิบายอย่างอดทน “เป็นเพราะคุณดื่มเหล้าและกินอาหารตามใจทำให้เป็นไส้ติ่งอักเสบ ไม่ใช่เพราะเป็นไส้ติ่งถึงได้เป็นอุปสรรคต่อการดื่มเหล้าของคุณ คุณต้องรู้จักใส่ใจสุขภาพหน่อยนะครับ”
พี่ชายคนนี้นับเป็นเสือคนหนึ่ง กุมท้องแล้วหัวเราะเสียงดัง พูดว่า “ไส้ติ่งเป็นของนอกกาย ตัดออกไปก็ได้ แต่การดื่มเหล้าเป็นความสุขของมนุษย์ ไม่มีได้ที่ไหนกัน?!”
โอ้ เจ้าบทเจ้ากลอนซะด้วย
ทำให้พยาบาลน้อยพากันหัวเราะเลยเชียว
พี่ใหญ่ คุณไม่ได้มาผ่าตัดใช่หรือเปล่า? มาแส