มาสแกนจ่ายเงิน ไม่แพงเท่าไหร่ แค่สามสิบห้าหยวนเท่านั้น
คุณป้าคนนั้นเห็นเฉินชางเป็นคนจ่ายจึงพูดหยอกล้อ “โอ้โห วันนี้เสี่ยวเฉินร่ำรวยแล้วเหรอ?”
เฉินชางยิ้มกระอักกระอ่วน “วันนี้ผมมีเรื่องให้ดีใจน่ะครับ”
เฉินปิ่งเซิงก็ไม่ได้ห้าม มองหามุมสะอาดๆ ก่อนนั่งลงกับเฉินชาง
เฉินปิ่งเซิงจุดบุหรี่ขึ้นมวนหนึ่ง “วันนี้เช้าพอผมผ่าตัดเสร็จก็เจอผู้อำนวยการเหอเข้าพอดี พวกเขากำลังเตรียมผ่าตัดใหญ่ผมเลยไปช่วยเป็นลูกมือ ได้ยินว่าพวกเขาคุยกันว่าช่วงนี้โรงพยาบาลของพวกเราอาจมีการถ่ายโอนบุคลากร ส่วนทางพนักงานก็อาจมีการปรับเปลี่ยนสัญญาจ้างกับโรงพยาบาล คุณก็เตรียมตัวไว้ให้ดี”
เฉินชางชะงัก ดวงตาเปล่งประกาย “จริงเหรอครับ!”
เฉินปิ่งเซิงพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง “จริงแท้แน่นอน ผมจะหลอกคุณทำไม”
ตั้งแต่ที่เฉินชางจบการศึกษาระดับปริญญาตรีก็มาทำงานที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสองของจังหวัด ตอนสมัครมีแผนกฉุกเฉินเปิดรับพนักงานแค่แผนกเดียว สวัสดิการธรรมดา เงินเดือนพื้นฐานสองพันสองร้อยหยวน ไม่มีประกันสังคม ไม่มีโบนัสผลงาน พูดไปแล้วก็คือเป็นงานงั้นๆ นั่นเอง
จะอย่างไรนี่ก็เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัด หากจะเปิดรับสมัครพนักงานอย่างเป็นทางการอย่างน้อยต้องเป็นนักศึกษาปริญญาโท และตอนนี้ขั้นต่ำต้องปริญญาเอกแล้ว
นักเรียนที่จบปริญญาตรีคนหนึ่ง หากอยากทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ก็เป็นได้แค่พนักงานชั่วคราว
เมืองตงหยางเป็นเมืองระ