ล่นเป็นมุกตลก
แต่หลินจือไป๋กลับรู้สึกทอดถอนใจ ความจริงมักจะพลั้งออกมาโดยไม่ตั้งใจเสมอ
“เพื่อนคนนี้ของผมชื่อปู้เยี่ยโหวครับ”
หลินจือไป๋ขยายหัวข้อมาถึงตรงนี้ก็เพื่อช่วยโฆษณาตัวตนปู้เยี่ยโหว
“ผลงานของเขายอดเยี่ยมมาก ในอนาคตผมจะหาทางนำเข้ามาในฉีโจว เพราะตอนนี้ปู้เยี่ยโหวคือเสาหลักของสำนักพิมพ์เสินฮวาของผม”
‘ฉันอ่านแค่นิยายระทึกขวัญนะ’
‘ฉันรักแค่แนวสืบสวน ฉันชอบแนวสยองขวัญ’
‘เพื่อนของนายเขียนแนวไหนล่ะ?’
เมื่อเห็นว่าคอมเมนต์เริ่มถูกเข้าจงมาคุยเรื่องนิยาย
หลินจือไป๋ก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ปู้เยี่ยโหวเขียนมาหลายแนวมาก ทั้งสยองขวัญ ระทึกขวัญ สืบสวน กำลังภายใน ถ้านับรวมบทละครด้วยก็ยังมีแนวความรัก จริยธรรม ตำรวจจับผู้ร้าย และอื่นๆ อีกมากมาย ผมคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีแนวไหนที่เขาเขียนไม่ได้หรอกครับ”
‘ขี้โม้ล่ะนาย’
‘ฮาๆ เพื่อนของนายจะเก่งเท่าตัวนายเองได้เหรอ?’
‘ท่านมหาเศรษฐีอวยเพื่อนสุดตัว ดูออกเลยว่าปู้เยี่ยโหวคนนั้นต้องเป็นพี่น้องที่ดีของเขาแน่ๆ’
ผู้ชมต่างคิดว่าหลินจือไป๋กำลังคุยโวสนุกปาก ไม่เคยได้ยินว่ามีนักเขียนที่เก่งรอบด้านขนาดนี้
เขียนได้ทุกแนว มันดูจะเกินจริงไปหน่อยนะ
หลินจือไป๋ยักคิ้วแล้วกล่าวว่า
“ก็เหมือนกับที่ผมเล่นดนตรีได้ทุกแนวแหละครับ จริงๆ มันไม่ได้ยากขนาดนั้น ของหลายอย่างในโลกนี้ถ้าเข้าใจแก่นหนึ่งอย่าง อย่างอื่นก็เข้าใจตามได้หมด”
‘อย่าขี้โม้น่า!’
‘เล่นดนตรีได้ทุกแนวนี้ก็พอไหว’
‘แล้วดนต