เวลานี้ไลฟ์สดมีผู้คนเข้าๆ ออกๆ
‘ตามความดังมา คนนี้คือหลินจือไป๋ในตำนานที่ทำ ‘ห้าบุตรติดขุนนาง’ บนตารางเพลงใหม่สินะ?’
‘พูดตามตรงหล่อจริงไรจริง!’
‘ได้ยินว่าคุณคือราชาแห่งกลอนคู่ในวงการฉินโจว ผมมีประโยคหน้าอยู่หนึ่งบทคุณต่อได้ไหม? ควันหมอกคลอรัดกิ่งหลิวเหนือสระ!’
‘กลอนคู่ไม่เห็นน่าสนใจเลย ได้ยินว่าลูกพี่เป็นมือกวีอันดับหนึ่งแห่งฉินโจวเหรอ? บรรยากาศแบบนี้แต่งบทกวีสักบทเป็นไง?’
‘พวกนายกำลังทดสอบท่านมหาเศรษฐีของเราอยู่เหรอ?’
‘ฉันอยากเห็นท่านมหาเศรษฐีโชว์อักษรพู่กันจีนมากกว่า’
‘เหมือนท่านมหาเศรษฐีจะวาดรูปเป็นด้วยนะ เห็นในรายการช่วงก่อนเขาไปสเก็ตช์ภาพบนภูเขา!’
‘โม้เปล่า? มีคนเก่งขนาดนั้นจริงๆ เหรอ?’
‘หลินจือไป๋ฉันรักคุณ!’
เมื่อคนในห้องไลฟ์มีมากขึ้น ประเภทของผู้ชมก็เริ่มหลากหลายและซับซ้อนขึ้น
หลินจือไป๋ก็ไม่อาจเมินเฉยทั้งหมดได้
หลังจากจัดการงานในออฟฟิศเสร็จ ก็เลือกคอมเมนต์บางส่วนมาตอบโต้
“กลอนคู่เหรอครับ?”
หลินจือไป๋ยิ้มพลางเอ่ยว่า
“ประโยคหน้า ‘ควันหมอกคลอรัดกิ่งหลิวเหนือสระ’ นั้นผมเป็นคนแต่งเองครับ ไม่นึกเลยว่าจะแพร่มาถึงฉีโจวแล้ว”
‘บ้าเอ๊ย…ยอมเลย!’
‘ที่แท้กลอนคู่ในตำนานบทนี้ท่านมหาเศรษฐีก็เป็นคนแต่งเอง!’
‘เกือบเชื่อแล้วเชียว’
‘ไม่ต้องมาเกือบหรอก ไปลองเช็กในเซียนตู้ดูเลย’
‘เชี่ย! เรื่องจริงวะ!’
ตอนนี้หลินจือไป๋เห็นประโยคหน้าอีกสิบกว่าบทที่ผู้ชมพิมพ์ทิ้งไว้ในคอมเมนต์
จึงต่อกลอนคู่เหล่านั้นอ