แน่นอนว่าผู้ชมไม่ได้โง่ต่างก็รู้จุดประสงค์ที่หลินจือไป๋ทำแบบนี้ดีแต่ทุกคนก็ไม่ได้รังเกียจกลับพากันล้อเลียน
‘เป็นการโปรโมตที่ดิบสุดๆ เลย!’
‘ฮ่าๆ จงใจพูดชื่อหนังตั้งสองรอบกลัวพวกเราจำไม่ได้หรือไง?’
‘ท่านมหาเศรษฐีถอนขนแกะจากทีมงานรายการอีกแล้ว’
‘ถ่ายวาไรตี้อยู่แต่ดันโปรโมตหนังบริษัทตัวเองเอ้ยไม่ผิดเลยสักนิด!’
‘เห็นว่าเป็นภาพยนตร์ออนไลน์ใช่ไหม?’
‘ใช่แล้ว’
‘หนังออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ใช่หนังขยะเหรอ?’
‘ร้อยละเก้าสิบเป็นหนังขยะแต่ก็มีบางเรื่องที่คุณภาพดีเหมือนกัน’
‘ไม่กี่ปีมานี้หนังออนไลน์ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วผู้กำกับชื่อดังหลายคนเริ่มยอมลดตัวลงมามีส่วนร่วมแล้ว’
บริษัทเตรียมรถไว้เรียบร้อย
หลินจือไป๋นั่งเบาะหลังมุ่งหน้าไปยังกองถ่ายยังคงเป็นอู๋เสวียนที่เป็นคนขับรถ
สองวันมานี้เธอออกกล้องพร้อมกับหลินจือไป๋บ่อยมาก
ถ้าเข้าวงการตอนนี้คาดว่าก็คงมีกระแสอยู่บ้างเพราะยังไงเลขาคนนี้ก็หน้าตาสวยมาก
“ท่านตัวแทนคะพวกเราถึงแล้วค่ะ”
ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงอู๋เสวียนก็นำทางหลินจือไป๋มาถึงกองถ่าย
เวลานี้กองถ่ายกำลังถ่ายทำฉากหนึ่งอยู่
หลินจือไป๋บอกให้อู๋เสวียนทำตัวเงียบๆ ไว้แล้วยืนดูอยู่ข้างๆ
ฉากนี้หลินจือไป๋ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็สามารถควานหาซีนที่ตรงกันในบทภาพยนตร์เจอจนได้
ประมาณว่าพระเอกที่จากไปครึ่งค่อนชีวิตได้กลับมา
หลังจากยื้อยุดกับนางเอกอยู่หลายครั้งก็ตัดสินใจนัดนางเอก
กับพระรองที่เริ่มคบหากันแล้วมาทานข้าวตั้ง