เขารวยก็จริง แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะซื้อเครื่องบินเลย แต่ในเมื่อปู่ยกให้ เขาก็ยินดีรับไว้อย่างเต็มใจ
“ปู่ยังขาดหลานชายอีกไหมครับ?”
หลานเหย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยๆ จะมีปู่สักกี่คนที่ยกเครื่องบินราคาพันล้านให้หลานชายแบบนี้?
ทุกคนพากันหัวเราะ
จู่ๆ เย่เจิ้นก็พูดว่า “อิจฉาคุณจังเลย มีปู่ดีแบบนี้”
หลินจือไป๋ขมวดคิ้ว คำพูดของเย่เจิ้นฟังดูเหมือนจะอิจฉา แต่กลับเหมือนมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ ราวกับกำลังบอกเป็นนัยว่าเขาเป็นพวกเกาะที่บ้านกิน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก
เย่เจิ้นคนนี้เคยพูดจาเหน็บแนมแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ดูเหมือนจะจงใจเล็งเป้ามาที่เขาโดยเฉพาะ
เป็นเพราะฉีเจียนเจียเหรอ?
หลินจือไป๋พอจะเดาสาเหตุได้ หมอนี่ก็เป็นแค่พวกขี้ตื๊อของฉีเจียนเจียคนหนึ่ง
อย่าคิดว่าจตุรเทพแห่งฉีโจวที่มีแฟนคลับนับไม่ถ้วนอย่างเย่เจิ้น จะเป็นคนที่มีสติมองโลกตามความจริงเสมอไปนะ
ขนาดซือชงยังเคยเป็นจอมตื๊อเลย
แต่พอเย่เจิ้นพูดจบ จู่ๆ ฉีเจียนเจียก็พูดขึ้นว่า “ฉันจำได้ว่าอาจารย์ไป๋เคยไปร่วมงานเลี้ยงการกุศลของบลูสตาร์ แล้วเขียนพู่กันจีนหนึ่งบท ตอนนั้นประมูลไปสูงถึงหกร้อยล้านเลยใช่ไหมคะ”
ความหมายแฝงก็คือ
หลินจือไป๋ไม่ใช่คุณชายตระกูลเศรษฐีที่เอาแต่เกาะที่บ้านกินหรอกนะ
เย่เจิ้นเหลือบมองฉีเจียนเจีย ความจริงถ้าคนอื่นพูดเขาก็พอจะยอมรับได้ แต่พอเป็นเทพธิดาที่ออกมาปกป้องหลินจือไป๋แบบนี้ มันช่างบาดใจเขาจริงๆ
ส่วนเรื่องที่อักษรวิจิตรของหลินจือ