นนั่งรถคันเดียวกันนี่นา”
“แต่คนขับคือผม และคุณไม่มีใบขับขี่”
หลินจือไป๋รู้ดีว่าการใช้ชีวิตที่ภูเขาลี่ซานต่อจากนี้ มีเพียงการกำเหรียญดอกท้อไว้ในมือเท่านั้นถึงจะมีชีวิตที่ดีได้ ดังนั้นเขาจึงต้องฉวยทุกโอกาสในการหาเงิน “ปกติคุณนั่งแท็กซี่แล้วไม่จ่ายเงินเหรอครับ?”
“ฉันมีคนขับรถส่วนตัวย่ะ!”
“คนขับรถก็ต้องได้เงินเดือนเหมือนกันครับ”
“รถเถื่อน!”
เย่อิงกัดฟันกรอดด้วยความเข่นเขี้ยว มิน่าเปิดมาหมอนี่ก็ถามเธอเลยว่ามีใบขับขี่ไหม เธอเอ่ยอย่างฮึดฮัด “ฉันเรียกแท็กซี่ไปเองก็ได้”
“ขออภัยครับ”
ทีมงานนึกไม่ถึงว่าหลินจือไป๋จะกล้าขนาดนี้ เปิดฉากมาก็พุ่งเป้าโจมตีชิงเหรียญดอกท้อของราชินีเพลงเย่อิงทันที เขาพยายามกลั้นยิ้มแล้วเอ่ยว่า “รายการเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ คุณทำได้แค่เจรจากับอาจารย์หลิน หรือไม่ก็ลองถามแขกรับเชิญท่านอื่นดูว่ามีใครเต็มใจจะให้คุณติดรถไปฟรีๆ หรือเปล่า”
“แค่ห้าเหรียญดอกท้อเองครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มพลางเอ่ย “คุณจ่ายแค่ห้าเหรียญดอกท้อ ก็ได้ผมมาขับรถให้ตั้งหนึ่งชั่วโมง ราคานี้ยุติธรรมที่สุดแล้วครับ”
“ให้ก็ได้ๆๆ!”
เย่อิงยอมแพ้ให้กับผู้ชายคนนี้ ควักเหรียญจ่ายค่ารถไปห้าเหรียญทันที
“ออกเดินทาง”
เมื่อหลินจือไป๋ได้เงินก้อนแรกก็อารมณ์ดี เหยียบคันเร่งออกรถไปทันที
“เฮ้ยๆๆๆ จะชนแล้ว จะชนแล้ว!”
อาจเพราะอารมณ์ดีไปหน่อย หลินจือไป๋เลยเสียจังหวะ รถเกือบครูดกับกำแพงทางออกลานจอดรถ ทำเอาเย่อิงหน้าซีดเผือด
นี่ไม่ใช่