สายเลือดแน่!’
‘นี่กะจะตามไปขยี้เย่จวินจี๋ถึงฉีโจวอีกรอบเลยเหรอเนี่ย!’
‘ไม่ใช่แค่เย่จวินจี๋นะ ฉันได้ข่าวมาว่าเออิจิโร่ก็หนีไปบุกตลาดฉีโจวเหมือนกัน คงได้ปะทะกับหลินจือไป๋อีกแหง’
‘พรืด!’
‘เออิจิโร่ตกใจกลัวหนีกระเจิงไปแล้วมั้ง!’
‘นั่นน่ะสิ ช่วงนี้แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่พากันจำกัดการมองเห็นผลงานของเออิจิโร่กันหมด ฉันไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเสินฮว่า’
‘หมอนี่ล่วงเกินใครไม่ล่วงเกิน ดันไปล่วงเกินหลานชายจักรพรรดิ!’
‘แต่พอหลานชายจักรพรรดิไป ฉินโจวคงเงียบเหงาไปช่วงนึงเลย ยังไงปกติก็ไม่มีใครสร้างกระแสข่าวได้แรงเท่าเขาอีกแล้ว’
เวลานี้ตัวตนเพิ่งยุบรวมกัน
โลกภายนอกยังสับสนกันอยู่ว่าจะเรียกหลินจือไป๋ยังไงดี
บางคนเรียกเขาไป๋ตี้ บางคนเรียกฉู่ฉือ บางคนก็เรียกหลินจือไป๋ สับสนวุ่นวายไปหมด แต่ในวงการบันเทิงฉินโจวกลับเรียกเป็นเสียงเดียว
เกือบทุกคนพากันเรียกว่าหลานชายจักรพรรดิ
บางคนก็เรียกสั้นๆ ว่า ‘ไท่ซุน’
เพราะเทียนกวงหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่ประธานคนก่อนเสียชีวิตลงก็ดูจะซบเซาลงไม่น้อย ถึงขั้นต้องพึ่งพาคุนเผิงประคองไว้
ส่วนน่าเซินก็ไม่ได้มีท่าทีจะรุกคืบมากนัก ทำให้เสินฮว่ากรุ๊ปมีราศีของความเป็นเจ้าใหญ่เพียงหนึ่งเดียวมากขึ้นเรื่อยๆ หลินเจามู่เรียกได้ว่าเป็นจักรพรรดิแห่งวงการบันเทิงฉินโจว ดังนั้นหลินจือไป๋ในฐานะหลานชายคนโปรด การจะได้สืบทอดกิจการตระกูลจึงมีความเป็นไปได้สูงมาก จะไม่ใช่หลานชายจักรพรรดิได้ย