ช่เรื่องใหญ่อะไร
แต่สื่อยักษ์ใหญ่ในฉีโจวต่างพากันมารุมเหยียบย่ำเขา ถ้าจะบอกว่าไม่มีใครปลุกปั่นใช้เล่ห์เหลี่ยม เย่จวินจี๋ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งก็คือฉีเทียนเหวินคนนี้แหละ!
เออิจิโร่ที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “ตอนนั้นนายไม่ควรยอมเปิดหน้ากากเลย ขอแค่ไม่ยอมรับ ใครจะไปยืนยันได้ว่าทุเรียนระเบิดเป็นนายแน่นอนกัน?”
ในฐานะเพื่อนรัก
ช่วงนี้เออิจิโร่พักอยู่ที่วิลล่าของเย่จวินจี๋
เย่จวินจี๋เอ่ยอย่างจนใจ “ฉันเองก็เบลอไปหน่อย ก่อนหน้านั้นรับปากทีมงานไว้แล้วว่าจะถอดหน้ากาก กลับคำก็ยังไงอยู่”
ความจริงคือ
เย่จวินจี๋ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแพ้ ถึงได้รับคำว่าจะยอมเปิดหน้ากากหลังแข่งจบ กลับนึกไม่ถึงว่าสุดท้ายจะอนาถขนาดนี้
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ฉันมาแล้ว”
เออิจิโร่เอ่ยขึ้น “ต่อไปฉันจะมาปักหลักที่ฉีโจว นายช่วยสนับสนุนฉันหน่อยแล้วกัน ฉันก็จะช่วยนายด้วย ทางฝั่งฉู่โจว พ่อเพลงไม่น้อยยังต้องไว้หน้าฉันเลย”
“อืม”
เย่จวินจี๋พยักหน้า
ในตอนนี้เอง จู่ๆ ผู้จัดการส่วนตัวคนหนึ่งก็วิ่งพรวดพราดเข้ามา
“แย่แล้ว แย่แล้ว!”
“อะไรแย่? นายหมายถึงข่าวเหรอ ฉันเห็นหมดแล้วล่ะ บอกให้ทางบริษัทพยายามกดข่าวไว้สิ”
เย่จวินจี๋เอ่ยอย่างหัวเสีย
ผู้จัดการแทบจะร้องไห้ “ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึงหลินจือไป๋…”
เย่จวินจี๋ชะงักไป “หลินจือไป๋?”
เออิจิโร่เอ่ยเสริม “ก็เทพดาราร้อยลักษณ์คนนั้นไง!”
พอเย่จวินจี๋ได้ยินชื่