ราเคยรังแกเขา แต่ที่หัวกระแทกกำแพงน่ะ เพราะมีคนแอบผลัก ไอ้คนที่ลอบลงมือเอาถึงตายนั่นต่างหาก ที่หลินจือไป๋น่าจะเกลียดที่สุดจริงไหม?”
ขอโทษเหรอ?
หลินเฟิ่งเงียบไป
ถ้ามันได้ผล ก็น่าลองเก็บไปคิดดู
แต่หลินหู่กลับแผดเสียงอย่างโกรธแค้น “ให้ตายฉันก็ไม่ขอโทษ!”
หลินเซี่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปมองลูกทั้งสามคน “ตกลงตอนนั้นใครเป็นคนผลักหลินจือไป๋ พวกแกรู้ไหม?”
หลินหู่ตบโต๊ะ “ยังไงก็ไม่ใช่ผม!”
หลินเป้าส่ายหน้า “ผมก็ไม่รู้ ตอนนั้นมันชุลมุนไปหมด”
หลินเฟิ่งหรี่ตาลงแล้วเอ่ย “ไม่แน่อาจจะเป็นหลินกง หรือไม่ก็หลินมู่กับหลินเซินบ้านสาม ตอนนั้นตำแหน่งที่พวกนั้นยืนอยู่มันลงมือได้ง่ายที่สุด”
…
บ้านลุงสาม
หลินชิวถอนหายใจยาว “บ้านอาสี่พลิกเกมกลับมาได้เบ็ดเสร็จแล้ว”
หลินหลิวใบหน้าสิ้นหวัง “ฉู่ฉือคือหลินจือไป๋ แถมเขายังมีหุ้นในคุนเผิงอีก…”
หลินมู่หรี่ตาลง “ยังไม่รู้เลยว่าเขาถือหุ้นอยู่เท่าไหร่ 0.1% ก็นับว่ามีหุ้นเหมือนกันนั่นแหละ”
หลินเซินกัดฟันพูด “เกรงว่าหุ้นคงไม่น้อยแน่ ฉู่ฉือคือหนึ่งในสามง่ามของคุนเผิงเลยนะ ระดับเดียวกับปู๋เย่โหวและจวินหลินเลยนะ”
ทันใดนั้นเอง
หลินชิวหันไปจ้องหน้าลูกๆ “ตอนนั้นพวกแกไม่ได้เป็นคนผลักหลินจือไป๋จริงๆ หรอกใช่ไหม?”
หลินมู่ยิ้มตอบ “ไม่ใช่ผมแน่นอน”
หลินเซินลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพูด “ไม่ใช่ผม แต่…”
สายตาหลินชิวตวัดขวับ “แต่อะไร?”
หลินเซินส่ายหัว “ไม่มีอะไรครับ ผมแค่รู้สึกว่า ถ้าบัญช