ต้จรดเหนือ
ฉันจะเดินจากเช้าจรดค่ำ
ฉันอยากให้ผู้คนมองเห็นตัวฉัน
แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นใคร”
หลินจือไป๋ใช้เสียงจริงของเขา เสียงที่จริงแท้และเป็นตัวของตัวเองที่สุด!
เนื้อเสียงให้ความรู้สึกไปทางเสียงกลางต่ำแบบผู้ชาย ดังนั้นเมื่อร้องเพลงนี้ จึงแฝงด้วยความรู้สึกแผดคำรามพอเหมาะพอดี
ผู้ชมถึงกับอึ้งไป!
เนื้อเพลงนี้มีเสน่ห์เกินไปแล้ว!
ลีลาการร้องช่างเข้าถึงอารมณ์!
เข้ากับเวที ‘King of Mask Singer’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
และยิ่งเข้ากับสถานการณ์ข่าวลือที่เทพดาราร้อยลักษณ์เผชิญอยู่ในช่วงนี้!
ดนตรีร็อกที่ไม่เกรี้ยวกราดแต่กลับแฝงด้วยอารมณ์ที่ชัดเจน แทบจะทำให้หัวใจคนเต้นระรัวได้ในพริบตา การสอดประสานดนตรีพื้นเมือง ช่วยลดทอนความดุร้ายและโทสะลงไป จนเกิดเป็นความสมดุลที่แสนละเอียดอ่อน!
“หากคุณเห็นฉันเริ่มเหนื่อยล้า
โปรดช่วยรินน้ำให้ฉันสักหน่อย
หากคุณตกหลุมรักฉันแล้ว
โปรดประทับจูบบนริมฝีปากฉันหน่อย”
ทุเรียนระเบิดที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย
การโจมตีของเออิจิโร่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการแสดงของเขาเลยแม้แต่น้อย
สุนัขทิเบตที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วเช่นกันเผยรอยยิ้มออกมา รอบสี่คนสุดท้ายไม่อาจกักขังเทพดาราร้อยลักษณ์ไว้ได้จริงๆ ถึงเพลงเพิ่งจะเริ่ม แต่จุดจบของดอกเพชฌฆาตก็ดูเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว
เสียงเพลงยังคงดำเนินต่อไป
มือของหลินจือไป๋ชี้ไปยังผู้ชม ชี้ไปยังฟากฟ้า ชี้ไปยังที่ห่างไกล เหมือนกับเสียงร้องของเขาที่