ๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร น่าจะเป็นเพื่อนที่ควรค่าแก่การคบหาคนหนึ่งเลยละครับ ถ้าหมอนั่นไม่ใช่ดาราซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าจากที่ไหนจริงๆ ในวงการเพลงฉินโจว วันหน้าผมจะดูแลเขาเอง!”
เอาเถอะ ถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่หลินจือไป๋ ด้วยฐานะของโจวหานจิ้นในวงการเพลง เขาก็มีคุณสมบัติที่จะพูดแบบนั้นได้จริงๆ ยิ่งได้ทำความรู้จักกับโจวหานจิ้นมากขึ้น หลินจือไป๋ก็ยิ่งรู้สึกว่าราชาเพลงคนนี้มีความเป็นเด็กน้อย แถมยังปากไม่ตรงกับใจด้วย กว่าจะสลัดหลุดไปได้ในที่สุด
หลินจือไป๋ก็เตรียมตัวกลับบ้านไปทานมื้อค่ำ แต่ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้าน ก็เห็นพ่อแม่และพี่ชายพี่สาวกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“มีอะไรเหรอครับ?”
หลินจือไป๋รู้สึกหวั่นใจ คาดว่าคนในบ้านคงสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว ยังไงที่สตูดิโอวันนี้เขาก็ใช้เสียงจริงของตัวเองร้องเพลง
เป็นตามคาด แม่จ้องมองหลินจือไป๋แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “เพลงของเทพดาราร้อยลักษณ์พวกนั้น ลูกเป็นคนแต่งหมดเลยสินะ!”
หลินจือไป๋ “???”
หลินซีกล่าว “สารภาพมาซะดีๆ!”
หลินจือไป๋กระแอมไอหนึ่งทีแล้วกล่าวว่า “ถูกจับได้ซะแล้ว”
“แน่นอน!” หลินเซิ่งเทียนหัวเราะ “อย่าดูถูกระดับสติปัญญาของพวกเราเลยน่า วันนี้เทพดาราร้อยลักษณ์จงใจเลียนแบบเสียงนายชัดๆ เลย คงเพื่อแสดงความขอบคุณละมั้งที่นายแต่งเพลงเพราะๆ ให้เขามากมายขนาดนั้นนี่นา!”
“มีความเป็นไปได้อยู่อย่างหนึ่งนะครับ…” หลินจือไป๋กล่าว “ความจริงแล้วผมก็คือเ