แต่ระหว่างนั้นถ้าคุณแพ้แม้แต่รอบเดียว จะเสียสิทธิ์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันทีครับ นอกจากนี้สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือ การแข่งขันที่ผ่านมาจะตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้ชมในสตูดิโอและคณะกรรมการ แต่สัปดาห์สุดท้ายนี้ ผู้ชมชาวฉินโจวทุกคนที่ชมรายการจะมีสิทธิลงคะแนนโหวต แต่ละหมายเลขโทรศัพท์โหวตได้หนึ่งคะแนนครับ!”
“อืม…”
กฎกติกานี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของหลินจือไป๋เท่าไร การที่ผู้ชมชาวฉินโจวสามารถโหวตได้จะช่วยกระตุ้นความตื่นตัวของผู้ชมมากขึ้นด้วย “ส่วนรอบชิงชนะเลิศ…”
จินเสี่ยวเฟิงกล่าว “ถ้าใครคว้าตำแหน่งแชมป์ไปได้ จะต้องเปิดหน้ากากครับ ถ้าไม่อยากเปิดก็มีแค่ทางเดียวคือสละตำแหน่งแชมป์ไป”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินจือไป๋เตรียมใจมาแล้ว จินเสี่ยวเฟิงกล่าวต่อ “ก่อนจะเปิดหน้ากากในฐานะแชมป์ ทางที่ดีที่สุดเตรียมเพลงสักเพลงไว้ร้องระหว่างเปิดหน้ากากครับ คุณจะร้องเพลงผลงานชิ้นเอกของตัวเองหรือเพลงอินอะไรก็ได้ แน่นอนว่านั่นคือกรณีที่คุณคว้าแชมป์มาได้นะครับ เรื่องนี้เราจะแจ้งแก่นักร้องทุกคนที่อยู่ถึงสัปดาห์สุดท้ายได้รับทราบ”
“ครับ”
หลินจือไป๋แสดงการรับทราบ หลังจากวางสาย หลินจือไป๋ก็เริ่มพิจารณาว่ารอบรองชนะเลิศจะร้องเพลงอะไร แล้วรอบชิงชนะเลิศจะร้องเพลงอะไร เพลงตอนเปิดหน้ากากก็ต้องเตรียม
สองสามวันต่อมา หลินจือไป๋เอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องเหล่านี้ และเมื่อวันชิงชนะเลิศใกล้เข้ามา การถกเถียงเกี่ยวกับรายการ ‘King of Mask Sing