ต้ยังเทียบหยางกวงไม่ได้ด้วยซ้ำ ผลงานหลายอย่างของจิ๋นซีก็แค่เรื่องที่ถูกอวยกันขึ้นมาเอง สำเร็จได้ก็เพราะบรรพบุรุษหลายรุ่นก่อนหน้าเขาวางรากฐานไว้ให้ กลับถูกเขาผลาญจนหมด สุดท้ายจักรพรรดิรุ่นที่สองต้องมารับกรรมแทน”“อีกอย่างจักรพรรดิถังไทจงก็ไม่ได้ดีอย่างที่พวกนายคิดหรอกนะ…”
เออ… เนื้อหาที่ละเอียดกว่านี้หลินจือไป๋จำไม่ได้แล้ว สรุปความหมายก็คือ: พวกนายถูกตำราเรียนพวกนั้นล้างสมองแล้ว!
หลินจือไป๋นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็ได้แต่ทอดถอนใจ ข้อสรุปทางประวัติศาสตร์ยังถูกคนล้มล้างได้ แนวคิดที่พยายามสวนกระแสไม่ว่าถูกหรือผิดก็มักมีคนสนับสนุนเสมอ
อีกอย่างทฤษฎีสมคบคิดนี้พูดจาดูเป็นตุเป็นตะ แถมยังดึงเอาเทพดาราร้อยลักษณ์ที่เป็นประเด็นร้อนตลอดมาเกี่ยวโยงด้วย จะมีคนเชื่อก็ไม่แปลก ดังนั้นหลินจือไป๋เลยไม่ได้โกรธเคืองอะไร มีแค่ความรู้สึกอยากขำ จะไปโทษพวกเขาก็ไม่ได้ ต้องโทษที่โปรโกง ‘เส้นเสียงร้อยลักษณ์’ ของตัวเองมันน่ากลัวเกินไปต่างหาก คนเขาสงสัยก็ไม่ผิด
แต่การปรากฏของทฤษฎีสมคบคิดนี้กลับช่วยเตือนสติหลินจือไป๋ว่า… บางทีการแข่งขันระหว่างทีมสีแดงและสีน้ำเงินรอบแรก คงต้องร้องเพลงนั้นแล้ว!
ทฤษฎีสมคบคิดบอกว่าเบื้องหลังของเทพดาราร้อยลักษณ์ จริงๆ แล้วคือผลลัพธ์ของกิจกรรมกลุ่มสินะ? พูดให้ถึงที่สุดแล้ว ก็แค่เพราะที่ผ่านมา ตนมักใช้เสียงที่แตกต่างกันร้องเพลงแต่ละเพลง โดยในแต่ละเพลงจะเลือกใช้เสียงที่เหมาะที่สุดแค่เสียงเดีย