ของประมูลชิ้นแรกคือภาพวาดบุปผาสกุณา ผลงานของปรมาจารย์ด้านจิตรกรรมท่านหนึ่งจากเยี่ยนโจว หลังจากพิธีกรแนะนำผลงานชิ้นนี้แล้ว การประมูลก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เหล่าเศรษฐีต่างพากันเสนอราคา
ราคาเริ่มต้นคือหนึ่งล้าน สองแสน สามแสน สี่แสน ท่ามกลางการแข่งขันเสนอราคาอย่างต่อเนื่องของเหล่ามหาเศรษฐี ในที่สุดภาพบุปผาสกุณาภาพนี้ก็ปิดการขายไปที่ราคาสองล้าน โดยผู้ที่ประมูลไปได้คือมหาเศรษฐีชาวเยี่ยนโจวท่านหนึ่ง
จากนั้นปรมาจารย์จิตรกรท่านนั้นก็ขึ้นกล่าวบนเวทีเพื่อแสดงความขอบคุณต่อมหาเศรษฐี และแสดงการสนับสนุนต่องานการกุศล เพราะถึงอย่างไร ของประมูลชิ้นนี้ ปรมาจารย์ท่านนี้ก็เป็นผู้มอบให้ ดังนั้นหากจะพูดอย่างเคร่งครัดแล้ว เงินจำนวนนี้ก็นับได้ว่าเป็นเงินบริจาคของปรมาจารย์ท่านนี้เช่นกัน หากผลงานของเขาไร้ราคา ก็คงไม่มีเศรษฐีคนใด ยินดีจ่ายเงินสองล้านเพื่อซื้อมัน
“สูงเกินไปหน่อย” หลินจือไป๋ได้ยินปรมาจารย์จิตรกรแห่งฉินโจวสักคนที่อยู่รอบข้างพึมพำเบาๆ ออกมาว่า “ราคาตลาดภาพวาดของเจี่ยงเหยียนอยู่ที่ราวๆ หนึ่งล้านเท่านั้น ผลงานชิ้นเอกที่เป็นความสำเร็จสูงสุดของเธอถึงจะขายได้สามล้าน แต่ภาพเมื่อกี้นี้ยังห่างไกลจากผลงานชิ้นเอกอยู่มากเลย…”
งานประมูลดำเนินต่อไป ของประมูลชิ้นที่สอง ของประมูลชิ้นที่สาม ของประมูลชิ้นที่สี่ ราคามีทั้งสูงและต่ำ
ชิ้นที่ได้ราคาสูงสุดประมูลได้สี่ล้านกว่า เป็นโต๊ะน้ำชาที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ค