างทีคุนเผิงอาจจะกลายเป็นบริษัทที่สามแห่งใหม่เลยก็ได้”
คำพูดนี้เป็นที่น่าตกใจ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว แน่นอนว่าเทียนกวงยังไม่ล้ม และขนาดของคุนเผิงในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเทียบกับสามบริษัทยักษ์ใหญ่ได้
หลังจากเจียงเฉิงได้ยินคำพูดเช่นนี้ ก็เตือนหลินจือไป๋อย่างจริงจังว่า “การเคลื่อนไหวของพวกเราคราวนี้ค่อนข้างใหญ่ ต่อไปเราควรลดความโดดเด่นลงสักพัก เพื่อไม่ให้เสินฮวากับนาเซินหวาดระแวงนะครับ”
“พวกเขาเริ่มระแวงแล้วละครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “แต่ไม่เป็นไร ฝั่งเสินฮวาไม่เป็นปัญหาแล้ว”
ภายใต้การจัดแจงของปู่ หัวหน้าของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในตอนนี้ก็คือพ่อของเขา ถึงแม้ในนามหลินตงจะมีตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการทั่วไปของเสินฮวากรุ๊ป แต่จริงๆ แล้วอำนาจแท้จริงกลับยิ่งใหญ่กว่าผู้จัดการทั่วไปเสียอีก
เพราะแผนกต่างๆ ของบริษัทถูกควบคุมโดยคนในครอบครัวทั้งหมด ผู้จัดการแผนกเพลงคือหลินจือไป๋! ผู้จัดการแผนกวาไรตี้คือพี่ชายหลินเชิ่งเทียน! ผู้จัดการแผนกทีวีคือพ่อที่ควบตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป! รวมถึงดาราโทรทัศน์และนักร้องของบริษัทก็ถูกควบคุมโดยคนในครอบครัว!
ในสถานการณ์แบบนี้ ผู้จัดการทั่วไปของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็ยังไม่มีอำนาจที่จะพูดในบริษัทได้เท่ากับพ่อเลย
เพียงฝั่งนาเซินที่หลินจือไป๋ยังควบคุมได้ไม่พอ ถ้าทำตารางจัดอันดับอำนาจในวงการบันเทิงทั้งหมดออกมาตอนนี้ หลินจือไป๋มีอิทธิพลในทา