่อสายตาตัวเองอยู่ด้วย
ใช่แล้วเมื่อหลัวเยี่ยนเริ่มร้องเพลงผู้ชมที่เดิมทีกำลังปรึกษากันว่าจะไปกินข้าวที่ไหนต่างก็ตะลึงงัน
ผู้ชมที่กำลังก้มหน้าเล่นมือถืออยู่ก็นิ่งค้างไปเช่นกันส่วนผู้ชมที่กำลังคิดว่าจะกลับบ้านด้วยพาหนะอะไรยิ่งโยนความคิดทั้งหมดทิ้งไปไกลสุดกู่
สายตาทุกคู่ในฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่หลัวเยี่ยนจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตาอยู่แล้ว!
หรือว่าเป็นปัญหาที่รูปลักษณ์ของผู้เข้าแข่งขัน?
เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เถียนเหว่ยขึ้นแสดงผู้ชมก็มีปฏิกิริยาคล้ายกันนั่นเป็นเพราะเสียงของเถียนเหว่ยกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขามีความแตกต่างกันอย่างรุนแรง
ผู้ชมจึงรู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงเพียงแต่ปฏิกิริยาของผู้ชมในครั้งนี้เหมือนจะเกินจริงกว่า!
สิ่งนี้ทำให้จางซีหยางอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้เข้าแข่งขันหญิงที่อยู่ด้านหลังนี้อาจจะอ้วนเกินไปหรือขี้เหร่เกินไป
แต่เสียงกลับไพเราะราวกับนางฟ้าผู้ชมจึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้…
ในทำนองเดียวกันโค้ชอีกสามคนก็สังเกตเห็นว่าปฏิกิริยาของผู้ชมไม่ปกติหลายคนสบตากันต่างมีความคิดที่เชื่อมโยงไปคล้ายกับจางซีหยาง
แต่ก็ไม่มีใครสนใจพวกเขาไม่สนใจว่าผู้เข้าแข่งขันจะมีรูปลักษณ์อย่างไร!
ขี้เหร่แล้วยังไง? อ้วนแล้วยังไง? แค่มีเสียงแบบนี้ผู้เข้าแข่งขันคนนี้ก็ต้องคว้าตัวมาให้ได้!
เวลานี้เองหลัวเยี่ยนเริ่มร้องเพลงประสานเสียง
“อา— อ้า— อ่ำ— อ่ำ— อา— อ่ำ— อ้า— อ่ำ— อ้า— อ่ำ— อ้า— อ่ำ— อ่ำ—”
นี่คือส่วนไคลแม็กซ์ของ