ความหมายของผู้กำกับก็คือ ‘The Voice’ ต้องเน้นย้ำไปที่ธีมความฝันแต่หลินจือไป๋เข้าใจดีกว่าผู้กำกับว่ารายการนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อมอบเวทีให้ใครหลายคนได้ไล่ตามความฝันเพียงอย่างเดียวแต่ยังทำให้คนที่หน้าตาไม่ได้ดีได้มีโอกาสแสดงความสามารถของตัวเองด้วย
ซึ่งโอกาสแบบนี้หาได้ยากมากในรายการประกวดความสามารถอื่นๆ เพราะรายการประกวดความสามารถอื่นๆ ล้วนแต่เชิดชูคนหน้าตาดีเป็นหลักคนหน้าตาธรรมดาๆ อาจจะผ่านรอบคัดเลือกไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เรื่องนี้หลินจือไป๋ได้สัมผัสมาอย่างลึกซึ้งจากกรณีของหลิวหวาดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่ในโลกนี้จะคิดว่าถ้าไม่มีหนุ่มหล่อสาวสวยเข้าร่วมประกวดก็จะไม่สามารถทำรายการประกวดร้องเพลงได้เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลินจือไป๋ก็เริ่มลงมือเขียน
“ในหัวใจของฉันเคยมีความใฝ่ฝันหนึ่ง
ให้เสียงเพลงลบความปวดร้าวทั้งหมดของเธอ
ดวงดาวพรั่งพราวผู้ใดคือวีรบุรุษจริงแท้
ผู้คนธรรมดากลับทำให้ฉันซาบซึ้งยิ่งกว่า
เมื่อไร้ซึ่งความแค้นยอมไร้ซึ่งความเจ็บปวด
หวังเพียงทุกหนแห่งบนโลกนี้เต็มไปด้วยเงาแห่งความรัก
ใช้บทเพลงของเราแลกกับรอยยิ้มที่จริงใจของเธอ
ขออวยพรให้ชีวิตของเธอจากนี้ไปไม่เหมือนใคร…”
เพลงนี้ชื่อว่า ‘วีรบุรุษแท้จริง’
เนื้อเพลงสร้างแรงบันดาลใจติดหูร้องตามง่ายชาติก่อนที่จีนแทบไม่มีใครไม่เคยได้ยินเพลงนี้นักแต่งเพลงคือหลี่จงเซิ่งส่วนผู้ร้องก็คือพี่ใหญ่เฉิงหลงกับโจวหวาเจี้ยนรวมถึงตัวหลี่จงเซิ่งเองทุกคนล้วนแล้วแต่เป็น