งคงความชัดเจนของคำได้หวงลี่กล้ายอมรับเลยว่าตัวเองคือที่หนึ่งในฉินโจวต่อให้แข่งกับพิธีกรตัวท็อปก็ไม่หวั่น!
วันต่อมาเจียงเฉิงพอเห็นหลินจือไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงว่า “ทำไมปากของคนถึงได้ไวขนาดนั้นกันนะพ่นรัวอย่างกับปืนกลเลยสองร้อยกว่าตัวอักษรเขาพูดจบได้ภายในสิบสี่วิที่สำคัญผมยังฟังรู้เรื่องด้วยว่าเขาพูดอะไรบ้าง!”
“โอ้? หวงลี่เซ็นสัญญาแล้วเหรอครับ?”
หลินจือไป๋รู้ว่าตนหาคนได้ถูกแล้ว
“ต้องเซ็นแล้วครับหมอนี่พูดจาฉะฉานเกินไปแล้ว” เจียงเฉิงยิ้ม “ผมเซ็นสัญญาให้เขาเข้าคุนเผิงเลยครับต่อไปรายการวาไรตี้ที่เราสร้างเองจะพยายามให้โอกาสเขาเป็นพิธีกรบ่อยๆ พิธีกรที่ดีก็ต้องอาศัยรายการดีๆ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องครับ”
“เรื่องนี้พี่จัดการเลยครับ”
หลินจือไป๋กล่าว “โฆษณาไม่ได้ต้องการแค่ความเร็วหลักๆ แล้วความเร็วมีไว้สร้างกระแสแต่พอถึงช่วงที่ต้องโฆษณาแบบเดี่ยวๆ ตอนหลังก็ต้องผ่อนความเร็วลงให้เหมาะสมเพื่อให้ผู้ชมสนใจที่ตัวผลิตภัณฑ์ไม่ใช่ความเร็วในการพูด”
พูดง่ายๆ คือใช้ความเร็วในการพูดเพื่อสร้างประเด็นพอสร้างกระแสได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเน้นความเร็วสุดขีดในการอ่านคำโฆษณาอีกต่อไป
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
ขณะที่เจียงเฉิงกำลังจะคุยกับหลินจือไป๋ต่อว่าเมื่อไหร่จะเริ่มถ่ายทำรายการอย่างเป็นทางการจู่ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นพอรับสายก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรแต่สีหน้าของเขาค่อยๆ แย่ลง
“มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”
หลินจือไป๋ถามไปประโยคหน