ามระงับความตกตะลึงไว้
‘แต่งเร็วไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไรถ้าคุณภาพไม่ถึงต่อให้แต่งเร็วแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์!’
เป็นแบบนี้อยู่สิบนาทีหลินจือไป๋ก็เขียนเสร็จสิ้นแต่โค้ชทั้งสี่คนกลับรู้ดีว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะหลินจือไป๋เสียเวลาไปกับการเขียนโน้ตเพลงคร่าวๆ มากไปหน่อย
ถ้าไม่นับเวลาที่ใช้เขียนโน้ตเพลงคร่าวๆ เพลงนี้ก็ถูกไปตี้ทำเสร็จในเวลาแค่ไม่กี่นาทีแล้วถ้าพูดถึงแค่ความเร็วในการแต่งเพลงวงการดนตรีทั้งหมดคงไม่มีใครเทียบได้นอกจากฉู่ฉือแล้ว!
“พวกคุณลองดูสิว่าเป็นยังไง”
หลินจือไป๋เขียนเสร็จก็วางเนื้อเพลงและโน้ตเพลงคร่าวๆ ไว้บนโต๊ะ
โจวหานจิ้นร้อนใจเล็กน้อยทันทีที่เห็นโน้ตเพลงก็อดฮัมเพลงตามเนื้อร้องไม่ได้
“ในหัวใจของฉันเคยมีความใฝ่ฝันหนึ่ง…”
ด้วยระดับราชาเพลงทั้งยังมีโน้ตเพลงคร่าวๆ โจวหานจิ้นจึงร้องได้ค่อนข้างราบรื่นเพียงสะดุดบ้างเป็นครั้งคราวทุกคนเงียบกริบเพียงฟังโจวหานจิ้นร้องเพลงไปแบบนั้น
โจวหานจิ้นร้องมาถึงท่อนฮุกอย่างรวดเร็ว
“คว้าทุกนาทีในชีวิตไว้ให้มันทุ่มเทสุดกำลังเพื่อความฝันในใจของเรา
ไม่ผ่านพายุฝนจะเห็นสายรุ้งได้อย่างไรไม่มีใครประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ
คว้าทุกความซาบซึ้งในชีวิตไว้ให้มันโอบกอดเพื่อนรักด้วยความอบอุ่น
ให้คำพูดจากใจและน้ำตาแห่งความสุขไหลรินอยู่ในหัวใจของเธอและฉัน!”
เพลงนี้!
สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไป!
โจวหานจิ้นที่หยุดร้องจ้องมองหลินจือไป๋ราวกับเห็นผีคุณภาพของเพลงนี้มันสูงขนาดนี้