รตัดต่อเลยนะ คุนเผิงต้องมีเซียนอยู่แน่ๆ!”
ที่จริงไม่ได้มีเซียนที่ไหนหรอก หรือจะพูดว่า ‘เซียนที่ว่า’ ก็คือ หลินจือไป๋ นั่นเอง
เพราะการคัดเลือกนักแสดงก็มี หลินจือไป๋ เข้าร่วม ส่วนการตัดต่อก็เป็นสิ่งที่เขาคอยจับตาและสั่งการทุกขั้นตอน สิ่งที่คนนอกเห็นก็แค่ หลินจือไป๋ ทำตามต้นฉบับ เลียนแบบอย่างไม่ผิดเพี้ยนเท่านั้นเอง อย่างไรต้นฉบับก็ประสบความสำเร็จมากพออยู่แล้ว การทำละครรีเมกก็คือการก๊อปปี้ความสำเร็จของต้นฉบับ
เช้าวันถัดมา จ้าวอวี้ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ได้ยินเสียงดนตรีคุ้นหูดังขึ้นข้างหู แรกๆ เขาก็ยังไม่คิดอะไร แต่ฟังไปฟังมา จ้าวอวี้กลับสะดุ้งตื่นเต็มตา เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผากแล้วโพล่งออกมาประโยคหนึ่งว่า
“ตอนที่เก้าอัปเดตแล้วเหรอ?”
“ตอนที่เก้าอะไรกัน?” แฟนสาวตานีบ่นอย่างหงุดหงิด “เลิกนอนได้แล้ว ลุกมากินข้าวเช้าเร็ว กินเสร็จจะได้ไปทำงาน”
“เอ่อ…” จ้าวอวี้ได้สติ แฟนสาวของเขาเผลอไปกดโดนเพลง ‘Canon’ อยู่ เขานึกว่ารถเมล์จะระเบิดอีกแล้วเสียอีก
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองไปถึงที่ทำงาน ผลคือได้ยินแต่เสียงพูดถึง ‘Reset ลูปย้อนชะตา’ เต็มไปหมด!
แท้จริงแล้วเมื่อคืนเพื่อนร่วมงานหลายคนก็ดูละครเรื่องนี้เหมือนกัน ตอนนี้กำลังถกเนื้อเรื่องกันอยู่ เพียงแต่ทุกคนต่างมีแต่รอยคล้ำใต้ตาดำปื้น เห็นได้ชัดว่าเมื่อคืนนอนดึกกันหมด
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ยังไม่เคยดูงงจนหน้าเหวอ ได้ยินทุกคนคุยกันถึง