ว่าในอนาคตไป๋ตี้อาจจะได้เป็นผู้สืบทอดของเสินฮว่าก็ได้!”
“พักหลังมานี้ ในแวดวงธุรกิจก็เริ่มพูดกันหนาหู คนรุ่นที่สองของตระกูลหลินไม่ต้องพูดถึง ส่วนรุ่นที่สาม ไป๋ตี้กลบแสงของทุกคนจนมิดไปแล้ว!”
และหลินจือไป๋มีครบทุกอย่าง
ต่อให้เป็นหลินเจามู่เองก็หาข้อบกพร่องไม่เจอแม้แต่น้อย
เลขาจินเองยังรู้ว่า ก่อนหน้านี้หลินเจามู่ก็ได้ชมการแข่งขันโคลงคู่ที่หลินจือไป๋ไปเข้าร่วมเช่นกัน
แม้ว่าหลังจากดูจบแล้วจะไม่ได้พูดอะไร แต่เลขาจินก็เชื่อว่าในสายตาหลินเจามู่ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นแต้มบวกให้หลินจือไป๋ทั้งสิ้น
“เขาทำผลงานได้ดีขนาดนี้ ในฐานะที่ฉันเป็นปู่ ก็ควรต้องแสดงอะไรบ้างแล้ว”
ปลายนิ้วของหลินเจามู่เคาะโต๊ะเบาๆ “งั้นก็ให้เขาส่งคำตอบล่วงหน้าเลยแล้วกัน สำนักพิมพ์เสินฮว่ามอบให้เขาดูแล ฉันวางใจได้แล้ว”
“คุณหมายความว่า?”
“โอนหุ้นทั้งหมดของสำนักพิมพ์เสินฮว่าให้กับหลินจือไป๋”
หลินเจามู่พูดแบบนั้น เดิมทีเรื่องนี้จะเริ่มสรุปปลายปี แต่เพราะผลงานของหลินจือไป๋ยอดเยี่ยมเกินไป ดีเสียจนไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงสิ้นปีเลย!
…
สองวันต่อมา
หลินจือไป๋ได้พบเลขาจินที่สำนักพิมพ์เสินฮว่า
“โอนทั้งหมดให้ผมจริงๆ เหรอครับ?”
“เซ็นเรียบร้อยแล้