ง
ต่อมาเตมูจินเห็นว่าเจปอฝีมือเก่งกล้าจึงแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยสิบคน ส่วนก๊วยเจ๋งก็ได้ฝึกวิชาธนูจากเจปอ แล้วภายหลังยังได้เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับทัวเหลยบุตรชายของเตมูจิน
ที่บ้านหลินจือไป๋ พอดูครบสามตอน แม่ยังรู้สึกไม่จุใจเท่าไร พ่อเอ่ยอย่างตื่นเต้นปนประหม่า “เป็นยังไงบ้าง?”
แม่พูดว่า “ฉันยังดูไม่พอเลย พรุ่งนี้ไปบริษัทคุณเอาไฟล์ต้นฉบับมาให้ฉันดูเพิ่มได้ไหม?”
พ่อไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ หลินซีกล่าวอย่างจริงจังว่า
“จังหวะดำเนินเรื่องช้าไปหน่อย ถึงตอนที่สามแล้วพระเอกก็ยังเป็นเด็กอยู่เลย แต่พล็อตตอนสามนี่น่าสนใจมาก…”
ส่วนหลินเซิ่งเทียนพูดว่า “รู้สึกว่ากำลังค่อยๆ เข้มข้นขึ้นนะครับ”
หลินจือไป๋ครุ่นคิด คิดว่าตนก็ควรจะพูดอะไรบ้าง
“เรื่องเล่าเนิบช้าแต่ต่อเนื่อง จังหวะอาจจะช้าไปหน่อย แต่พอนึกถึงว่าเป็นละครยาวหกสิบตอน ความเร็วประมาณนี้ก็กำลังพอดีแล้ว…”
ปากก็พูดไปอย่างนั้นแต่แท้จริงในใจของหลินจือไป๋คิดว่านี่ยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น
พวกเขายังไม่เคยอ่านต้นฉบับเสียด้วยซ้ำ จังหวะของนิยายช้ากว่านี้มาก ช่วงต้นเต็มไปด้วยการปูพื้นเรื่อง
ละครทีวีคำนึงถึงความอดทนของผู้ชมจึงเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นไม่น้อย ตอนที่สามก็ใส่จุดพีคให้แล้ว
ก๊วยเจ๋งช่วยชีวิตเจปอ แถมยังถูกเตมูจินจดจำได้ นี่แหละคือจุดที่โคตรพีค
พอวิเคราะห์ก็ตรงไปตรงมา ช่วยคนตกอับไว้คนหนึ่ง สุดท้ายกลายเป็นว่าอีกฝ่ายมีภูมิหลังยิ่งใหญ่
แต่พออยู่ในมือกิมย้ง